Tag Archives: detoxification

14 อาหารเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ที่มาของผิวสวย หุ่นดี สุขภาพดี

ระบบภูมิคุ้มกัน (immune system)

หมายถึง ระบบที่คอยปกป้องร่างกายของสิ่งมีชีวิตจากสิ่งแปลกปลอม โดยเฉพาะจุลชีพก่อโรค เช่น แบคทีเรีย ไวรัส ปรสิต รา พยาธิ รวมถึงสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ เช่น เซลล์ที่กำลังเจริญเติบโตไปเป็นมะเร็ง อวัยวะของผู้อื่นที่ปลูกถ่ายเข้ามาในร่างกาย การได้รับเลือดผิดหมู่ สารก่อภูมิแพ้ ฯลฯ สิ่งแปลกปลอมที่ร่างกายตรวจจับได้เรียกว่า แอนติเจน (antigen) แอนติเจนที่กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันเรียกว่า อิมมูโนเจน (immunogen)

Immune-System-Function.png

สิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกร่างกายเต็มไปด้วยจุลินทรีย์ขนาดเล็กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ส่วนใหญ่จุลินทรีย์ที่อยู่รอบตัวเหล่านี้ไม่ใช่เชื้อก่อโรคแต่ประการใด แต่ก็มีจุลินทรีย์อีกมากมายที่ก่อให้เกิดโรคติดเชื้อ เรียกว่าเชื้อโรค (pathogen) เพื่อป้องกันร่างกายจากเชื้อโรคเหล่านี้ มนุษย์มีระบบภูมิคุ้มกันที่ทำหน้าที่อย่างทรงประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อโรคออกไป หากภูมิคุ้มกันบกพร่อง แม้จะพัฒนายาต้านจุลชีพที่ดีเลิศเพียงใด ก็อาจจะไม่สามารถรักษาชีวิตคนเราจากโรคติดเชื้อไว้ได้ เพราะการที่จะหายจากโรคติดเชื้อได้นั้น ภูมิคุ้มกันในร่างกายเป็นผู้ช่วยตัวสำคัญที่สุด (ที่มา: wikipedia)

ร่างกายของเราจริงๆเเล้วมีระบบภูมิคุ้มกันที่เยี่ยมยอดอยู่เเล้ว เเต่เพียงเพราะเชื้อโรคที่เรามองไม่เห็นอาจเข้าสู่ร่างกายผ่านอาหาร การอยู่ในที่เเออัด อากาศถ่ายเทไม่สะดวก การล้างมือไม่สะอาด ฝุ่นควันตามท้องถนน ก่อให้เกิดการสะสมของจุลินทรีย์ก่อโรค

ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน การทานอาหารเหล่านี้เป็นประจำจะช่วยทำให้ระบบกำจัดสิ่งเเปลกปลอมของเราทำงานได้ดีขึ้น

  1. มะละกอ
  2. มะม่วงสุก
  3. ฟักทอง
  4. กระเทียม
  5. เเอปเปิ้ลเขียว
  6. เเก้วมังกร
  7. ขมิ้น
  8. ชาเขียว
  9. พริกเเดง
  10. อัลมอนด์
  11. ผักโขม
  12. ขิง
  13. บล็อกโคลี่
  14. เมล็ดทานตะวัน

โดยอาหารทั้ง 14 อย่างนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของอาหารที่อยู่ในหมวดเสริมสรา้งภุมิต้านทาน ที่มีสารอาหารจำเป็นคือ เบต้าเเคโรทีน วิตามินซี วิตามินอี วิตามินบี ซีลีเนียม สังกะสี โอเมก้าสาม เเละอาหารที่มีเเบคทีเรียชนิดดี

– เบต้าแคโรทีน มีมากในผักและผลไม้ที่มีสีเหลือง/สีส้มจัดๆ หรือในผักใบเขียวจัด
– วิตามินซี พบในผักใบสีเขียวต่างๆ และผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว
– วิตามินอี พบในน้ำมันพืชประเภทน้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันรำข้าว งา ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดพืชต่างๆ ข้าวกล้อง จมูกข้าวสาลี ผักใบเขียว

IMG_9967

– วิตามินบี พบในผักใบเขียว นม เนื้อสัตว์ ถั่วต่าง ๆ ตับ ไข่ และธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวซ้อมมือ
– ซีลีเนียม พบในอาหารทะเล ตับ ไต เนื้อสัตว์ กระเทียม ไข่ และธัญพืช
– สังกะสี พบในถั่วต่าง ๆ
– กระเทียม เป็นเครื่องเทศที่มีฤทธิ์เสริมภูมิต้านทาน โดยสารอัลลิซิน (allicin) และซัลไฟด์ (sulfides) ในกระเทียมเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค เป็นสารต้านอนุมูลอิสระด้วย
– กรดโอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันที่จำเป็นสำหรับการสร้างเม็ดเลือดขาว และแอนติบอดี พบมากในปลาทะเล เช่น แซลมอน ทูน่า แมคเคอเรล ซาร์ดีน และธัญพืชบางชนิด เช่น ถั่ววอลนัท เมล็ดปอ รวมทั้งพืชผักใบเขียว
– โยเกิร์ตที่มีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยจะยับยั้งการเกิดจุลินทรีย์ตัวร้ายในระบบย่อยอาหาร เช่น แบคทีเรีย รา หรือยีสต์ รวมทั้งยังกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวและแอนติบอดีให้กำจัดเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ถ้าอยากมีร่างกายเเข็งเเรง ผิวสวย หุ่นดี หรือสุขภาพที่ดีเเบบยั่งยืน อย่าลืมเลือกอาหารเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารของคุณนะคะ 🙂

StockSnap_2033C482D4

อ้อ Beyond The Fit

Advertisements

อย่าลืม! เช็คสารเคมีเหล่านี้ ก่อนซื้อผลิตภัณฑ์ดูเเลผิวกายเเละเครื่องสำอางค์

โพสนี้เป็นการสังเกตตัวเองนะคะ อยากให้คนที่เข้ามาลองหยิบกระดาษมา 1 เเผ่น ปากกามา 1 ด้าม เเละลองนับดูซิคะว่า… ใน 1 วันเราใช้ Personal Care ผลิตภัณฑ์ดูเเลผิวกายเเละ Cosmetics ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามกันคนละกี่ชิ้น (โดยเฉลี่ยเเล้วในผู้หญิง 1 วันอยู่ที่ราวๆ 15-30 ชิ้น)

จากนั้นลองพลิกขวดผลิตภัณฑ์/เครื่องสำอางค์ไปดูซิ ว่ามี 10 สารอันตรายเหล่านี้เป็นส่วนประกอบรึเปล่า

1. สารปรอท (Mercury)

2. สาร PVP (Polyvinyl Pyrrolidone)

3. สารตะกั่ว (Lead)

4. สารเฮกซ่าคลอโรฟีน (Hexachlorophene)

5. สารไฮโดรควิโนน (Hydroquinone)

6. สารโซเดียมลอรัลซัลเฟต (Sodium Lauryl Sulphate)

7. กรดวิตามินเอ (Retinoic Acid)

8. สารมิเนอรัล ทัลค์ (Mineral Talc)

9. สารฟอร์มัลดีไฮด์ (Formaldehyde)

10. สารสเตียรอยด์ (Steroids)

(ในยุโรปมีสารเคมีที่ถูกห้ามในส่มผสมของ Personal care มากกว่า 1,300 ชนิดเเต่ในอเมริกามีเพียง 8 ชนิดเท่านั้นที่ถูกห้าม ซึ่งเเน่นอนว่าประเทศไทยก็ไม่ต่างกันกับสหรัฐอเมริกาสักเท่าไหร่)

ซึ่งสารเคมีเหล่านี้เเหละค่ะ ที่เป็นตัวการทำให้เราเกิดความไม่สมดุลของระบบในร่างกาย เช่น ระบบฮอร์โมน ระบบประสาท ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบน้ำเหลือง เเละสารพิษสะสมก่อให้เกิดโรคมะเร็ง เป็นต้น อันตรายของสารเคมีเหล่านี้ ทุกคนสามารถไปศึกษาเพิ่มเติมด้วยตัวเองได้ เพียงเเต่อยากให้เริ่มสังเกตของใช้ที่เราใช้ทุกวันมากขึ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงเกิดโรคที่อาจมีในอนาคต

อ้อ.

 

 

 

สรุปวิธีเเก้ “ทุกปัญหา”…ที่ขัดขวางคุณจากการรักษาสิว

สำหรับวิธีการรักษาสิวเรื้อรังเเบบธรรมชาติ 100% อาจจะยังไม่ตอบโจทย์สำหรับคนยุคใหม่ ที่จำเป็นต้องใช้ชีวิตเเข่งอยุ่กับเวลา ดังนั้น การเตรียมตัวเรื่องอาหาร น้ำผลไม้ปั่น เเละอื่นๆ อาจเป็นปัญหา ที่ทำให้คนนั้นไม่สามารถหลุดออกจากวงโคจรสิวเรื้อรังได้…….

วันนี้อ้อเลยสรุปชาร์ทมาให้ดูกันง่ายๆ…
โดยจะมีทั้งปัญหาเเละข้อเสนอเเนะ ที่จะทำให้การรักษาสิวเรื้อรังเเบบถอนราก ไวขึ้น เเละหายทันใจคนยุคใหม่ สามารถนำไปปรับใช้กับไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้ไม่ยาก

เพื่อการรักษาสิวที่ชิว เเต่ยังได้ผลดีไม่ต่างกับสายธรรมชาติบำบัด 100%

ขั้นตอนการรักษาสิวถึงราก

ปัญหาที่พบ

ข้อเสนอแนะ

Step 1:ดื่มน้ำอย่าง้อยวันละ 2 ลิตร (ความสำคัญของน้ำ) -ขี้ลืม -พกขวดน้ำติดตัวทุกที่ ทุกเวลา
Step 2:ดื่มน้ำปั่นดีท็อกส์ร่างกาย (สูตรอยู่ในเพจ Beyond The Fit With Aor) -ไม่มีเวลาเตรียมผลไม้/ไม่มีเวลาปั่น -ยาต้มสมุนไพรบ้านแพ้ว(สนับสนุนสินค้าจากกลุ่มชุมชน)

-Acera Detox All In One ดีท็อกส์ ผงผลไม้สกัดชงแล้วดื่มก่อนนอน

Step 3:เข้านอนก่อน 4 ทุ่ม -ทำงานเพลิน/เล่นมือถือดึก -ตั้งนาฬิกาเตือน/บอกตัวเองว่าเลทได้ไม่เกิน 1 ชั่วใง
Step 4:หยุดทายารักษาสิว -ขาดความมั่นใจเวลาสิวขึ้น -ฝึกฝน Self-Talk บอกรักตัวเองในวันที่ตัวเองไม่Perfect

ทานขมิ้นชันลดการอักเสบในร่างกาย

-ทานสะเดาอัดเม็ดเพื่อการอักเสบ ความร้อน ที่เป็นสาเหตุของสิวอักเสบ

Step 5:ล้างหน้าให้สะอาด -ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ไม่แน่ใจว่าดีรึเปล่า -ใช้น้ำมันมะพร้าวแทนคลีนซิ่งออยล์

-ใช้สบู่/โฟมที่มีความอ่อนโยน ค่าPHต่ำ (เลี่ยง SLS ที่มีอยู่ในโฟมล้างหน้าทั่วไป)

-ใช้สำลีชุบน้ำเกลือเป็นโทนเนอร์ เพื่อปรับค่าสมดุล PH บนใบหน้า

Step 6: งดผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม -ชอบทานนมวัว/โยเกิร์ตเป็นประจำ -ทานนมอัลมอนด์/กรีกโยเกิร์ตรสธรรมชาติแทน
Step 7: งดเบเกอรี่/อาหารที่มีน้ำตาลสูง -ชอบทานอยู่แล้วเป็นชีวิตจิตใจ ขาดเธอไปฉันจะอยู่ได้อย่างไร? -หัดทำขนมไว้ทานเอง

-หาตัวเลือกขนมเพื่อสุขภาพ เช่น ถั่วอัลมอนด์ มะม่วงหิมพานต์ เมล็ดทานตะวัน เป็นต้น

Step 8: งดของทอดโดยเด็ดขาด -ของทอดอร่อย ของไม่ทอดทานแล้วเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง ศึกษาข้อเสียของไขมันทรานส์

-ศึกษาสาเหตุของการเกิดมะเร็ง

-ศึกษาสาเหตุของความอ้วน

-ศึกษาสาเหตุของการเกิดสิว

Step 9: เปลี่ยนผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้ปลอดพาราเบน(วัตถุกันเสีย) แอลกอฮอล์ น้ำหอม และอื่นๆ -สกินแคร์ออแกนิคราคาสูง

 

-เข้าใจว่าทำไมครีมในท้องตลาดถึงราคาถูกและเป็นที่มาของสิวเรื้อรัง

-เลือกใช้สินค้าจากผู้ผลิตที่ไว้ใจได้

Step 10:งดเครื่องสำอางค์ที่มีสารพาราเบน(วัตถุกันเสีย) แอลกอฮอล์ น้ำหอม และอื่นๆ เครื่องสำอางค์ออแกนิคราคาสูง

 

-แต่งหน้าให้น้อยลง

-เลือกใช้เครื่องสำอางออแกนิค Aphrodite เพื่อลดการซึมซับสารเคมีเพิ่มเติมระหว่างการดีท็อกส์สารพิษในทุกๆวัน

Step 11: ไม่แกะ แคะ เกาสิว -ติดนิสัย ชอบเผลอ -นึกภาพมือที่มีแบคทีเรียขนาดเล็กยั้วเยี้ยเต็มไปหมดบนมือ เสมอเวลาที่จะเอามือจับหน้า
Step 12: ขับถ่ายให้เป็นปกติทุกๆเช้าก่อน 7 โมง -ท้องผูก -ปรับเรื่องอาหารเป็นหลัก ทานอาหารที่มีไฟเบอร์เยอะๆ งดโปรตีน เนื้อสัตว์ให้มากที่สุด

-ดื่มน้ำปั่นผลไม้วันละ 2 แก้ว เช้าเย็น

-ดีท็อกส์ปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร

-ดื่มน้ำเลมอนผสมน้ำปุ่น 1 แก้วโตๆทันทีที่ตื่นนอน

-ทานคีเฟอร์นม หรือคีเฟอร์น้ำมะพร้าว

-ทานอาหารจำพวกโพรไบโอติกส์ เช่น กรีกโยกิร์ต คอมบูชะ

Step 13: นั่งสมาธิ ทำจิตใจให้สงบ ให้อาหารพลังชีวิตด้วยการฝึกหายใจ ลึก-ยาว -จิตใจไม่สงบ นั่งแล้วล้มเลิกตลอด

-ไม่มีเวลา

-ถ้าจิตฟุ้งซ่าน ไม่ต้องหยุดความคิด แต่ให้เฝ้ามองความคิดนั้น จินตนาการนั้นไปเรื่อยๆ จะดีขึ้น ความคิดจะหยุดเอง

-ทุกอย่างต้องมีการฝึกฝน ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ สมาธิก็เช่นกัน ฝึกมากได้มาก ฝึกน้อยได้น้อย ความม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญ

ทางลัดจะช่วยให้คุณไปถึงจุดมุ่งหมายได้เร็วขึ้น…เเต่การได้ชื่นชมความสวยงามของการเดินทางระหว่างนั้น ก็สวยงามไม่เเพ้กัน  เริ่มก้าวที่ 1 เมื่อไหร่ คุณก็ใกล้จุดมุ่งหมายไปอีก 1 ก้าว เริ่มวันนี้…หายวันนี้ มาสู้ไปด้วยกันนะคะ 🙂

ปรึกษาปัญหาสิวเรื้อรังกับอ้อเเบบส่วนตัวได้ที่ http://line.me/ti/p/3XTF_u2hlC

อ้อ Beyond The Fit

*****ผลิตภัณฑ์ดังต่อไปนี้******
ผลิตภัณฑ์ดีท็อกส์: ยาต้มสมุนไพรล้างลำไส้/ Acera Detox All In One ดีท็อกส์ ผงผลไม้สกัดชงแล้วดื่มก่อนนอน
เครื่องสำอางออแกนิค: รองพื้นเนื้อมูสผสมกันแดด SPF 50 Pa+ / แป้งพัฟ/แป้งฝุ่น ย่อยสลายได้เองภายใน 12 ชั่วโมง /ลิปสติคสารสกัดจากสีดอกไม้/ บลัชออนสารสกัดจากสีดอกไม้ ผสมอัญมณี
สามารถหาซื้อได้ที่ร้าน We Serve Organic ได้ที่ไลน์
Line: @weserveorganic (มี@)
หรือคลิกลิงค์เพื่อศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์ https://www.facebook.com/weserveorganic/
———————————————————————————–

เท้าเปล่าบนพื้นหญ้า คือ ยา ที่ราคาถูกที่สุด

         Earthing/ Grounding คือ การยืนเท้าเปล่าบนพื้นหญ้า ที่อาศัยกฎการทำงานของสนามพลังของโลกเป็นหลัก ผ่านการเชื่อมต่อระหว่างพื้นโลกกับร่างกายมนุษย์ คือการปรับจูนคลื่นความถี่ของสองพลังงานเข้าด้วยกัน นั่นก็คือ ธรรมชาติ (พลังงานสูง) ตัวมนุษย์ (พลังงานที่รอการปรับจูน)

วิธีการก็ง่ายๆเลยค่ะ ไม่มีอุปกรณ์ ถอดรองเท้าบนพื้นหญ้า จะยืนเฉยๆฝึกหายใจ หรือเดินไปบนพื้นหญ้าเลยก็เเล้วเเต่สะดวกเเละความชอบ

ประโยชน์ของการ Earthing/ Grounding จากหลายๆเเหล่งมักให้ข้อมูลตรงกันว่า ช่วยทำให้นอนหลับง่ายขึ้น ลดอาการอักเสบ บำรุงหัวใจ ผ่อนคลายความเครียด ปรับสมดุลฮอร์โมน เเละทำให้อ่อนเยาว์กว่าวัยจ้า (ดูได้จากลิงค์ด้านล่างนี้เลย)

ซึ่งจากประสบการณ์ที่เคยทำ มันดีจริงๆนะอย่างเเรกที่เรารู้สึกได้ คือความผ่อนคลายทันทีที่ได้สัมผัสความเย็นของหญ้า ความสดชื่น เเละการตื่นนอน(เพราะสะดุ้งด้วยความเย็น5555555)

ประโยชน์ถัดมาที่อ้อสังเกตุได้คือ เราได้เชื่อมต่อกับร่างกายของเราจริงๆ ซึ่งส่วนตัวคิดว่ามันมาจากการที่เรายืนลงไปเเน่นๆอย่างมั่งคง รวมถึงสภาพเเวดล้อมในสวนทำให้เรารู้สึกปลอดภัย จุดโฟกัสของเราจึงอยู่ที่ร่างกายเท่านั้น ซึ่งมันทำให้เรามีสติขึ้นมามาก เช่นเดียวกับการนั่งสมาธิ

IMG_8448นอกจากนี้ หลังจากทำไปสักพัก รู้สึกได้ว่าความเครียดที่เคยมีมันจะมีน้ำหนักเบาลง หายใจช้าลง ยาวขึ้น อารมณ์ดีขึ้น (ซึ่งมันมีคำอธิบายทางวิทย์เยอะเเยะมากมายเกี่ยวกับการไหลเวียนเเละถ่ายโอนพลังงานของกระเเสไฟฟ้า อันนี้ขอให้เพื่อนๆไปศึกษากันเอง)

จริงๆเเล้วมันเหมือนกับการ ย้อนกลับไปเป็นเด็ก จริงมั้ย?

เวลาเป็นเด็ก เราวิ่งเล่นบนพื้นหญ้า รองเท้าก็ไม่ใส่ จะวิ่งไปไหนก็เป็นอิสระ การเดินเท้าเปล่านี่ก็เหมือนกัน ให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนวัยเลยจริงๆ

IMG_8447

ไม่ว่าประสบการณ์ใดๆก็ตาม หากมันทำให้เราอยากกลับไปมีประสบการณ์เเบบนั้นอีก มันน่าจะเป็นประสบการณ์ที่ให้พลังบวกเราได้มากสุดๆเลย เเล้วการเดินเท้าเปล่าบนพื้นหญ้าเขียวๆ ก็เป็นหนึ่งในนั้นจริงๆ 🙂

ทำไม? ทุกคนจึงต้องดีท็อกส์ร่างกาย

#การดีท็อกส์ หรือล้างสารพิษตกค้างในร่างกาย
ถือเป็นหนึ่งในหัวใจหลัก ของการรักษาสุขภาพ
ในเเนวทางของธรรมชาติบำบัด
ที่เน้นการปรับสมดุลของร่างกาย
ให้อวัยวะต่างๆกลับมาทำงานตามปกติ

ซึ่งทำได้โดยการ เข้าโปรเเกรมที่อาหารถูกจัดโดยผู้เชี่ยวชาญ การอดอาหาร การเปลี่ยนพฤติกรรมการทาน การดื่มน้ำปั่นผัก-ผลไม้ที่มีฤทธิ์ในการดีท็อกส์ เเละอื่นๆ เป็นต้น

#การสะสมพิษ= เกิดจากการรับเอาสารเคมีจากภายนอก ผ่านอาหาร การสัมผัส การหายใจ การดื่ม หรือเป็นการสร้างขึ้นเองของร่างกาย เช่น จากความเครียด การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ พฤติกรมมการใช้ชีวิตที่ขาดความบาลานซ์ซึ่งหากมีการสะสมพิษในร่างกายเยอะๆ จะก่อให้เกิดการไม่สมดุลของร่างกายอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นการทำงานงานหนัก ของอวัยวะต่างๆ เป็นต้น เช่น ตับ ไต ลำไส้ ถุงน้ำดี
>>>ที่ส่งผลให้คนส่วนมากในปัจจุบัน
มีปัญหาสิวเรื้อรังในวัยผู้ใหญ่
ปัญหาน้ำหนักตัว
ความเครียด ภูมิคุ้มกันต่ำ เเละอื่นๆอีกมากมายเป็นต้น

#หลังการล้างพิษ
คือเมื่อร่างกายเริ่มมีสมดุลมากขึ้น
จากนั้นจึงค่อยๆปรับการกิน อาหาร
วิถีชีวิต ความคิด จนร่างกายได้พัก
เเละผ่อนคลาย ส่งผลให้สุขภาพดี
ทั้งกายเเละใจ (สุขภาพดีจากภายใน…สู่ภายนอกนั่นเอง)

ทำไมจึงต้องปรับการกิน? ทั้งๆที่เราดีท็อกส์ออกไปเเล้ว?

คำตอบ: เพราะเซลล์ในร่างกายของเรา
#ถูกสร้างใหม่ขึ้นทุกวัน
เพราะฉะนั้นทุกๆ3เดือน
เราจะมีร่างกายใหม่
ด้วยเซลล์ใหม่ๆ

“หากเราดีท็อกส์ร่างกายไปเเล้ว หลังจากนั้นก็กลับไปทานอาหารเเย่ๆ อาหารฟาสต์ฟู้ดเต็มไปด้วยน้ำมัน ไขมันทรานส์ เซลล์ที่เกิดใหม่ก็จะเป็นเซลล์ที่ไม่ดี คอยกัดกินเซลล์ดีๆที่เหลือ ผ่านไป 3 เดือนร่างกายก็จะกลับมาสะสมสารพิษได้อีก หากเราทานอาหารดี อาหารจะเหมือนเป็นน้ำมันหล่อเลี้ยงร่างกาย ที่มอบทั้งพลังงานเเละเป็นตัวการให้ระบบทุกระบบทำงานอย่างลื่นไหล”

ง่ายๆก็คือ หากเรากินอาหารสดเยอะๆ= ทำให้เซล์มีคุณภาพ
กินอาหารเเปรรูปเยอะๆ = เซลล์ที่ถูกสร้างขึ้นเต็มไปด้วยสารพิษ ที่หมักหมมสะสมอยู่ภายในร่างกาย บางครั้งเป็นโลหะหนัก บางครั้งเป็นไขมัน บางครั้งเป็นเมือก เป็นหินปูน (เเคลเซียมฟอสเฟส) อยู่ใต้ผิวหนังหรือภายในอวัยวะ

elaine-casap-86020

💁🏻คนที่ทานอาหารสดเป็นประจำ
จึงมักเป็นคนมีพลังเยอะ
สดชื่น สดใส หน้าอ่อนกว่าวัย
สุขภาพดี

เพราะเซลล์ส่วนใหญ่มีชีวิต มีพลัง ได้รับอาหารที่เต็มไปด้วยวิตามินที่ยังไม่ถูกทำลาย มีเอนไซม์ที่พร้อมกระตุ้นการทำงานของเซลล์ทุกเซลล์ที่อยู่ภายในร่างกาย

การดีท็อกส์ ถือเ็นจุดเริ่มต้นของการรักษาสุขภาพในระยะยาว เพราะเป็นการทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่หมักหมมอยู่ใน่รางกายของเรา ก่อนที่จะเดินหน้าพัฒนาสุขภาพ ปรับพฤติกรรมการทานเเละการใช้ชีวิต ที่จะทำให้ชีวิตเรามีความสุข ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บได้จ้า

xlyi8d8h5r