Tag Archives: เครียด

DANCEmandala การเต้นบำบัดเเละการทำสมาธิ

DANCEmandala คือ การเต้นบำบัดเเละการทำสมาธิ โดยสนับสนุนการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเป็นอิสระ ไร้รูปเเบบ ถูกคิดค้นขึ้นโดยคนไทย นั่นคือคุณอารีรัตน์ The Yoga Tree โดยมีผู้สนใจจากทั่วโลกมาฝึกมากมายกับท่านที่เชียงใหม่ จนเปิดสอนให้กับผู้ที่สนใจอยากส่งต่อการเต้นที่มีพลังอันนี้เป็นเวลานานถึง 7 ปีเเล้ว โดยอ้อได้รับเกียรติเป็นคนไทยคนเเรกที่จะส่งต่อการเต้นอันนี้ให้กับคนไทยเเละผู้ที่สนใจ 

cats.jpg

การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเป็นอิสระนี้ มาจากการฟังเสียงอารมณ์เเละร่างกายอย่างลึกซึ้ง ผู้ฝึกจะมีโอกาสได้ค้นพบตัวเองเเละถ่ายทอดออกมาอย่างสร้างสรรค์เเละเป็นธรรมชาติ ปราศจากการปรุงเเต่ง ผู้ฝึกจะมีโอกาสได้ปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกในพื้นที่ที่ปลอดภัย โดยจะมีคุณครูดูเเลเเละให้คำเเนะนำตลอดคลาสเรียน

นอกจากนี้ ผู้ฝึกจะได้มีโอกาสปลดปล่อยอารมณ์ที่ติดค้างอยู่ในร่างกาย ที่มักพัฒนาไปเป็นความเเน่นตึง ความปวดเมื่อยตามจุดต่างๆ โดยจุดประสงค์ของการเต้นจะไม่ได้เพื่อเเก้อาการปวดเมื่อยโดยตรง เเต่เพื่อเข้าถึงเเละเข้าใจร่างกายเเต่ละส่วนได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น 

dancemandala

คำถาม: เเล้วถ้าไม่มีประสบการณ์การเต้นมาก่อน?

ตอบ: ผู้ฝึก DANCEmandala ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์การเต้นมาก่อน เพราะเป็นการเต้นที่ต้องฟังเสียงร่างกายเเละอารมณ์ความรู้สึกของตนเอง จึงเป็นการฝึกที่เฉพาะตน เเละเนื่องจากเป็นการเต้นสมาธิ จึงไม่มีการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นเเละคุณครู เป็นการทำความเข้าใจตนเอง ณ จุดที่เราอยู่ 100%

IMG_3822

คำถาม: สถานที่ฝึก DANCEmandala ต้องฝึกที่ไหน?

ตอบ: สามารถเข้ามาฝึกได้ที่ The Yoga Tree เชียงใหม่ โดยจะมีอาจารย์หลากหลายท่านจากทั่วโลก เเวะเวียนกันมาสอนในเเต่ละเดือน เเละการสอนจะสอนเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น สำหรับผู้ที่สนใจเรียนเป็นภาษาไทย สามารถติดต่อมาเรียนกับอ้อ เป็นคลาสเเบบตัวต่อตัวได้ที่ Heart N Soul House เชียงใหม่เช่นกัน (สอบถามเพิ่มเติมที่เฟสบุ้ค Panida Thongsui หรือไลน์ Line: @weserveorganic) จนกว่าที่ The Yoga Tree จะพร้อมเปิดสอนเป็นภาษาไทยค่ะ 🙂

คำถาม: ค่าใช้จ่ายเป็นอย่างไร?

คำตอบ: คลาสรวม(ที่ The Yoga Tree เชียงใหม่) สอนเป็นภาษาอังกฤษครั้งละ 250 บาท คลาสส่วนตัว (ที่ Heart N Soul House เชียงใหม่) สอนเป็นภาษาไทย ครั้งละ 500 บาท ซื้อเป็นเเพ็คเกจ 5 ครั้ง 1,500 บาท

มาปลดปล่อยอารมณ์เเละค้นพบตัวตนที่เเท้จริงของเรากันนะคะ!!

Advertisements

รีวิวการเข้าร่วม Women Circle ครั้งเเรกของคุณจ๋อมเเจ๋ม สุพัชชา

 

IMG_4119.JPGร่วม Woman Circle ครั้งแรกและหลงรักความเป็นผู้หญิงในตัวเองมากขึ้น 🙂

จ๋อมแจ๋มเป็นคนหนึ่งที่ไม่มีความรู้ทางด้าน Spiritual หรือ healing เลยแม้แต่นิดเดียว แต่พอมารู้จักพี่อ้อ(ทำงานด้วยกันและพี่เป็นคนจัดกิจกรรมนี้) เรารู้สึกว่าพี่เค้ามีพลังงานบางอย่างที่เราอธิบายไม่ได้ ทุกครั้งที่เราเฟล ไม่มีความสุข แต่พอเจอพี่อ้อ ได้พูดคุยกัน ทุกอย่างที่ทำให้เราทุกข์คือหายไปเลย เรากล้าเปิดใจกับพี่เค้าในเรื่องที่ sensitive มากๆ มีครั้งหนึ่งที่เรานอนไม่หลับเป็นเดือนๆ เพราะความเครียด ตัดสินใจไปหาพี่อ้อที่บ้าน ทำกิจกรรมกันเล็กๆน้อย มันหายจริงๆ กลับห้องไป เป็นคืนแรกในรอบหลายเดือนที่หลับสนิทเลย ทำให้เราเชื่อในเรื่องพลังงานธรรมชาติขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง

จนได้มาร่วมกิจกรรม Woman Circle ที่พี่อ้อจัดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีทั้งพี่ๆคนไทยและเพื่อนชาวต่างชาติที่มีความรู้ทางด้านนี้กันทั้งนั้น ตอนนั่งทานข้าวกันก่อนเริ่มกิจกรรมเราก็นั่งฟังเค้าพูดกันเรื่องโยคะ เรื่องชี่กง ไปเวิร์คชอป ไปบำบัดที่อินเดีย หลายสิ่งหลายอย่างมาก โดยที่เราไม่รู้เรื่องสักนิด ตอนนั้นเรารู้สึกว่า เอ….หรือนี่จะไม่ใช่ที่ของเรากันนะ

จนกระทั่งสเตฟานีเพื่อนจากเยอรมันถามว่าเราทำอะไรมาบ้าง เราก็พูดไปตรงๆว่าไม่มีความรู้เรื่องที่พวกเธอพูดกันเลยสักนิด แต่ที่เข้าร่วมเพราะมีเรื่องเครียด ด้วยความที่เป็นเด็กจบใหม่ มีความคาดหวังจากครอบครัวและคนรอบข้างสูงมาก และตัวเราเองที่อยากจะ accomlpish อะไรสักอย่าง แต่มันล้มเหลวตลอด เราอยากได้พลังงานบวก เพื่อนก็กอดเราและบอกว่าดีใจที่เรามาวันนี้

carers-link-multicultural-policies-acceptance
กิจกรรมเริ่มด้วยการแชร์ความรู้สึก ไม่รู้ว่าเพราะสถานที่ หรือสภาพแวดล้อมตอนนั้นมันทำให้เราเป็นตัวเองมาก เราบอกไปว่าเราอยากรักตัวเองมากขึ้นเพราะที่ผ่านมาเราแคร์คนอื่นมากๆ ไม่มี center จนมันทำร้ายตัวเองบ่อยมาก และ ณ ตอนนั้นเรารู้สึกว่าเราโชคดีมากๆๆๆๆๆๆๆ ที่มาครั้งนี้ เพราะมันทำให้เรารู้ถึงความต้องการของตัวเองจริงๆ ได้ปลดปล่อยความคิดที่ว่าเราไม่มีค่า เราไม่สามารถทำอะไรได้ดีไปกว่านี้อีกแล้ว
กิจกรรมดำเนินไปเรื่อยๆ การพูดคุยถึงเรื่องความมหัศจรรย์ของผู้หญิง ความแข็งแกร่ง และความที่เรา deserve the best

IMG_4115
พอการสนทนามันเข้มข้นขึ้น เราเต้นด้วยกัน ทำสมาธิ เราก็ยิ่งรู้สึกว่าเราโชคดีที่เกิดมาเป็นผู้หญิง ตอนนั่งล้อมวงกันเรารู้สึกว่าความเป็นผู้หญิงมันเชื่อมเข้าหากันง่ายมาก รู้จักกันวันแรก แต่รู้สึกว่าเห้ย ทำไมเรารักเขา ทำไมเราหวังดีต่อเขามากกว่าที่ควรจะเป็น ตอนแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน เราเข้าใจเขา เขาเข้าใจเรา คือมันปริ่มมากกกกกก เรารักตัวเราเองที่เป็นเรามาก ณ ตอนนั้น

IMG_4126

ความเป็นผู้หญิง แม้ข้างนอกเราอ่อนหวาน อ่อนไหว แต่ข้างในเราแข็งแกร่งมาก เราไม่จำเป็นต้องให้ผู้ชาย สังคมหรือใครมาบอกว่าเธอควรเป็นแบบนี้ แบบนั้น แต่เราสามารถไกด์ตัวเอง รักษาตัวเอง และรักษาเพื่อนผู้หญิงด้วยกันได้ เรามีพลังงานสูงมากที่จะเป็นผู้นำตัวเอง ซึ่งจ๋อมแจ๋มได้เรียนรู้ก็วันนั้น เรารักตัวเองมากขึ้น เป็นตัวเองมากขึ้น พอกลับบ้านมาความเครียด ความกังวล ความรู้สึกด้อยค่ามันหายไปจริง มันไม่แปลกที่เราจะไม่รักตัวเองเพราะเราอยู่ในสังคมของความหลากหลาย และเราถูกหล่อหลอมให้โตมาในสภาพแบบนั้น แบบนี้ พ่อแม่ต้องการอีกอย่าง โรงเรียน ที่ทำงานก็คาดหวังออกไปอีกหลายแบบ

ตอนนี้พอมีโอกาสได้เรียนรู้ตัวเองเลยรู้สึกว่าโชคดีมาก ต้องขอบคุณพี่อ้อและเพื่อนๆทุกคนที่หยิบยื่นโอกาสดีๆมาให้ กิจกรรมครั้งหน้า ไม่พลาดแน่นอนค่ะ

จ๋อมเเจ๋ม สุพัชชา

cats

Self-love สร้างความสุขให้ชีวิตเเบบ Unlimited

Self-love คือการรักตัวเอง
เเต่เราเข้าใจ Self-love ได้ดีเเค่ไหนกัน?
เพราะถ้าเราเข้าใจมันอย่างเเท้จริง
ทำไมชีวิตเราถึงยังขึ้นๆลงๆ
ความสุขหายไปเเล้วกลับมายากจัง?
วันนี้ อ้อตั้งใจเอา10 กุญเเจสำคัญสร้าง Self-love มาฝาก
เพื่อให้ทุกคนสามารถเอาเทคนิคเหล่านี้
ไปสร้างความสุขในชีวิตคุณเเบบไม่รู้จบ!!
ที่จะเนรมิตทุกวันของคุณ
ให้เป็นวันพิเศษ
เเทบจะไม่ต้องลงมือลงเเรงอะไรเลย!
 
—–
1.เเคร์คนอื่นให้น้อยลง
สำหรับบางคนที่เป็น yesman หรือคนที่เเคร์คนอื่นมากๆ มักเสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับการคิดมากว่าคนนั้นจะคิดอย่างไร จะโอเคกับสิ่งที่เราทำไหม จะพอใจในสิ่งที่เรามอบให้รึเปล่า โอ้โห รู้ตัวอีกทีปาไปครึ่งชีวิตเเล้ว ยังไม่ได้ทำอะไรให้ตัวเองเลย
 
การโฟกัสที่ตัวเอง ไม่ใช่การเเสดงความเห็นเเก่ตัว การโฟกัสที่ตัวเอง คือการเติมพลังให้ตัวเองก่อนที่จะส่งพลังดีๆออกไปให้คนอื่น รู้จักปฎิเสธบ้าง ฟังความต้องการของตัวเองมาเป็นอันดับ 1 เเล้วจะรู้ว่าการวางกระเป๋าที่เต็มไปด้วยก้อนหินอันหนักอึ้งมันเป็นอย่างไร
 
2. หาเวลาอยู่คนเดียวเงียบๆอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง
ทฤษฎีอันนี้อ้อตั้งเอง(จากประสบการณ์ส่วนตัว555) เพราะการมีอยู่คนเดียวเงียบๆทำให้เรามีสติมากขึ้น ได้พักผ่อนกายพักผ่อนใจมากขึ้น ได้ปล่อยอารมณ์ อยากทำอะไรก็ทำ
 
มีงานวิจัยที่พบว่า คนส่วนใหญ่ มักมีปัญหาสุขภาพด้านร่างกายเเละจิตใจ เพราะไม่มีเวลาให้จิตใจได้พักผ่อนเลย สมองทำงานตลอด บางคนทำานหนัก บางคนเรียนหนัก ก่อให้เกิดความเครียดสะสม การอยู่เงียบๆคนเดียว จะช่วยทำให้เราผ่อนคลาย เเละเป็นอิสระมากขึ้นจากการที่ต้องอยู่ทามกลางผู้คนมากมายที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายได้
 
3.เลิกฟังเพลงที่มีข้อความด้านลบ
พลังของคำพูดมีมากมายมหาศาล หลายคนคงเคยเป็นที่ฟังเพลงเศร้าเเล้วน้ำตาไหลตามเพลง! จิตใต้สำนึกจะจดจำทุกสิ่งอย่างที่เราป้อนเข้าไป ส่งผลมาเป็นพฤติกรรมของเรา
 
ดังนั้น #จงระวังเพลงที่คุณฟังด้วย!
 
4.ขอบคุณตัวเองทุกวัน
พลังของGratitude หรือพลังของการสำนึกบุญคุณตัวเอง มีมากมายมหาศาล อย่าลืมว่าถ้าตัวเราเองไม่เคยขอบคุณตัวเอง มีเเต่ความคิดบั่นทอนว่าทำไมชั้นไม่ได้สิ่งนั้น ไม่ทำสิ่งนี้ เเล้วใครที่ไหนจะมาให้คุณค่ากับคุณหละ? เพราะเเม้เเต่คุณยังไม่ให้คุณค่ากับตัวเองเลย
 
5.ยิ้มบ่อยๆ
การยิ้มช่วยเติมพลังชีวิตทันที เพราะเมื่อเรายิ้มกล้ามเนื้อใบหน้าเราจะยกสูง ร่างมีการหลั่งฮอร์โมนเเห่งความสุขอัตโนมัติ ถ้าอยากหลอกล่อให้ร่างกายหลั่งสารเเห่งความสุขเยอะๆ อย่าลืมยิ้มบ่อยๆนะคะ !!!
 
6.เลือกคบเพื่อนดีๆ
ลองนึกภาพว่า หากคุณมีเพื่อนชอบนินทาคนอื่น เเรกๆคุณจะรู้สึกไม่ชอบเพื่อนของคุณเพราะคุณเป็นคนดี เเต่นานเข้าๆคุณเริ่มรู้สึกเคยชินเเละคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา ที่ใครๆเค้าก็ทำกัน เผลอๆคุณก็ทำตามเพื่อนคุณอีก
 
เอ้ะ! เเล้วเเบบนี้ คุณยังจะชอบตัวเองอยู่รึเปล่า?
 
7.เรียนรู้วิธีพัฒนาตัวเองเสมอ
อยากสำเร็จด้านไหน ควรมีผู้ที่สามารถชี้เเนะเเนวทางด้านนั้นให้คุณได้ (มีไอดอลนั่นเอง) ศึกษาความสำเร็จของเขา เรียนรู้ไลฟ์สไตล์ วิธีคิดเเละวิธีปฏิบัติ เเล้วก็ก้อปปี้เเบบถอดฉบับ เอาให้มันรู้ไปเลยว่าถ้าทำตามเเล้วยังไม่เหมือนอีกมันจะเป็นยังไง
 
สมัยนี้เราเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ไวมาก อยากรู้อะไรก็เเค่ใส่คำตรงช่องค้นหา เเต่อย่าลืมว่าสิ่งไหนที่ไม่ได้ช่วยให้คุณไปสู่เป้าหมายชีวิต อย่าเสียเวลาไปกับมันเลย เพราะนอกจากคุณจะก้าวช้าเเล้ว คุณอาจเสียเวลา เสียเงิน เสียความรู้สึก ไปกับการรับข้อมูลข่าวสารที่คุณอาจไม่ต้องการเเต่รับมันมาเเบบไม่รู้ตัว
 
8.ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตัวเอง
รู้หรือไม่ว่าการที่มีความรู้สึกเเต่ไม่เเสดงออก เป็นการกระทำที่ผิดมหันต์ เพราะจะเกิดการกดทับความรู้สึกที่รอวันระเบิดเเละเเน่นอนว่าไม่เป็นผลดีเเน่ๆ
 
การเเสดงออกความรู้สึก ทำให้เราไม่ต้องคอยใส่หน้ากากเข้าหาคนอื่น เราสามารถเป็นตัวเรา 100%ในทุกสถานการณ์ ไม่มีการกลับมาคิดเสียดายทีหลัง ไม่ต้องกังวลว่าคนอื่นจะคิดยังไง เป็นตัวเอง100% ในเวอร์ชั่นที่ไม่ทำร้ายใครเขา
 
9.เล่นกับสุนัข/เด็กๆบ้าง
สองอย่างนี้เเหละที่จะเปลี่ยนหน้าบึ้งๆของคุณให้เป็นยิ้มเเป้นได้ทันที! สองอย่างนี้ คือสิ่งที่จะมาเตือนคุณว่า “เห้ย..ความสุขมันก็เเค่นี้ป้ะ ทำไมทำชีวิตให้มันยุ่งยากจัง”
children-817365_960_720
 
10. อ่อนโยนกับตัวเองให้มากๆ
สิ่งนี้สำคัญมาก เรามักโหดร้ายกับตัวเองโดยไม่รู้ตัว เช่น อยากลดน้ำหนัก ทำไมทำไม่ได้สักที (กินมากกว่าเดิมเพราะโมโหตัวเอง) หรือมักเกิดคำถามในหัวว่าทำไมตอนนั้นไม่ทำเเบบนั้น ทำไมตอนนี้ไม่ทำเเบบนี้ (เเล้วสร้างความเชื่อในหัวว่าเราไม่ดีพอ)
 
อย่าลืมว่าเวลาคนเราทำผิด เราไม่ต้องการให้ใครมาซ้ำเติม สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดคือใครสักคนที่เข้าใจเรา
 
ถามตัวเองสิว่า….
#พร้อมที่จะเป็นเพื่อนรักที่ดีที่สุด ให้กับตัวคุณเองหรือยัง???
 
อย่าลืมกดเเชร์ให้คนที่คุณรักเเละเพื่อนๆ
ที่คุณอยากเห็นเค้ามีความสุขในทุกๆวัน
 
#เพราะความสุข จะนำมาซึ่งสังคมที่มีความสุข
เเละสังคมนั้นต้องการคุณเเละคนรอบตัวคุณค่ะ 🙂
 
อ้อ Beyond The Fit
IMG_9542.JPG
 
 
 

หากคุณกำลังพบเจอกับสิ่งเหล่านี้…รู้หรือไม่ว่ากำลังละทิ้ง”ตัวตนที่เเท้จริง”

เวลาเราเป็นเด็ก…  นึกจะหัวเราะเมื่อไหร่ก็ได้ ดังเเค่ไหนก็ได้ จนผู้ใหญ่ทั้งบ้านต้องหยุดเเล้วหันมาหัวเราะตามเราเเล้วพุดว่า “น่ารักอะ”

children-817365_960_720

เวลาเราเป็นเด็ก… จะร้องไห้เมื่อไหร่ก็ได้ เจ็บก็ร้อง หิวก็เเสดงออก บางทีร้องจนพ่อกับเเม่ต้องตื่นมากลางดึก ก็ไม่มีใครดุเรา

เวลาเราเป็นเด็ก… เราเป็นตัวของตัวเอง 100% ปราศจากเงื่อนไขใดๆ….เเต่หลายปีผ่านไป ความเป็นตัวเองเริ่มสูญหายไป เราเริ่มมีตัวตนอันใหม่ที่เราสร้างขึ้น เพื่อเเสดงออกต่อโลกภายนอก(ในเเบบที่อาจจะไม่เหมือนกับความเป็นจริง) เพื่อเป็นส่วนหนึ่ง เพื่อการยอมรับ เพื่อความสุข(ที่ไม่ยืนยาว)

อย่างไรก็ตาม ความเป็นเด็กในที่นี้ ไม่ใช่ความเป้นเด็กที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล เเต่เป็นความเป้นเด็กที่เต็มไปด้วยความซื่อตรง ความจริงเเท้ ความบริสุทธิ์ เเละอิสระ

ครูทางจิตวิญญาณหลายท่านกล่าวไว้ว่า….หากเราสับสน ว่าเเท้จริงเเล้วตัวตนของเราเป็นเเบบไหน ให้มองย้อนกลับไปเป็นเด็กว่าเราชอบอะไร ธรรมชาติของเราเป็นเเบบไหน เเล้วเราจะนึกออกว่าจริงๆเเล้ว

จักรวาลส่งเรามาเพื่อเติมเต็มอะไรที่ขาดไปบนโลกใบนี้ เพื่อสร้างสมดุล       

(ความเชื่อส่วนบุคคลของผู้เขียน)

ผลจากการที่เรากำลังสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองมีอะไรบ้าง?

1.รู้สึกเหนื่อยเเละเบื่อหน่ายกับสภาพความจริงที่เป็นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องชีวิต ครอบครัว ความสัมพันธ์ ความฝัน ผู้คน สังคม ไม่มีเเรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต

2.รายล้อมไปด้วยผู้คนที่มีความคิดเห็นต่าง ไม่สนับสนุนในสิ่งที่เรารัก มีเเต่ความขัดเเย้ง มักเจอเเต่ผู้คนที่กดขี่ข่มเหงเราเสมอ

3.เเคร์ความรู้สึกคนอื่นจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ คิดเยอะ เป็นคนดีเเต่มักถูกลดคุณค่า

4.ทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ หรือมีพฤติกรรมที่ทำร้ายตัวเอง เช่น ติดสุรา ติดบุหรี่ ติดการพนัน เป็นต้น

5.นำเสนอเเต่เรื่องดีๆให้สังคมรับรู้ เก็บความยากลำบากของชีวิตไว้คนเดียว ทำให้เชื่อมต่อกับคนอื่นๆได้ยาก

6.ไม่สามารถเเสดงอารมณ์ที่รู้สึกจริงๆให้เเก่สังคม มักเออออห่อหมกไปกับทุกคน เลือกที่จะเงียบ เเทนที่จะเเสดงความคิดเห็นของตัวเองในที่สาธารณะ

jd-mason-262717

ใช่ สิ่งเหล่านี้มันทำให้เรารู้สึกอยากจะเปลี่ยนเเปลงนะ!!!!!

เเต่มันก็มีคำถามตามมาอีกว่า

1.เราจะเเสดงออกความเป้นตัวตนของเรา 100% ได้อย่างไร ในเมื่อเราอยู่ในสังคมใหญ่ เราต้องเคารพคนอื่นสิถึงจะถูก ? ไม่อยากทำให้คนอื่นรู้สึกอึดอัด เเละไม่พอใจอะ

2.อะไรคือลิมิท ที่จะบอกเราว่านี่คือสิ่งที่เราควรทำเเละไม่ควรทำ ถ้าเราคิดถึงเเต่ตัวเองเเล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราไม่ได้ตามใจตัวเองมากเกินไป

3.ทำอย่างไรถึงจะรายล้อมไปด้วยผู้คนที่เคารพเราเเละเชื่อในสิ่งที่เราเชื่อ จะเปลี่ยนงานเหรอ ยากอะ

4.กลัวการต้องถูกทิ้งอะ กลัวเพื่อนไม่คบ กลัวโดนมองว่าประหลาด

ผู้เขียนไม่มีคำตอบหรือวิธีเเก้ไขให้กับคำถามเหล่านี้…เพราะทุกคนต่างมีประสบการณ์ ความเชื่อเเละอะไรต่างๆอีกมากมายที่ไม่เหมือนกัน เพียงเเต่จะบอกว่า การเป็นตัวเอง100% ไม่เกี่ยวกับการทำให้คนอื่นรู้สึกไม่สบายใจ การเป็นตัวเอง100%ไม่ใช่ความก้าวร้าว การเเสดงออกอารมณ์อย่างรุนเเรง เเต่เป็นการซื่อสัตย์ เป็นเนื้อเเท้ ไม่มีหน้ากากให้ตัวเองนั่นเเหละ

ความเปลี่ยนเเปลง จะนำมาซึ่งความไม่สบายใจเสมอ เหมือนเช่นเวลาที่เราก้าวข้าม Comfort Zone นั่นเเหละ ผู้เขียนเองก็ยังต้องเจอกับบททดสอบอีกมากมาย ที่คอยมาทดสอบเรื่อยๆว่าตัวเองเป็นตัวเอง 100% หรือยัง ซึ่งบอกเลยว่า….ยังมีอีกเยอะเเยะที่ยังต้องการการเปลี่ยนเเปลง

ถ้าคุณเป็นตัวเอง 100% เเล้วดีใจด้วย… เพราะคุณจะเข้าถึงพลังชีวิตของคุณอย่างมาก คุณจะมีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน เเละจะได้รับความเคารพในสิ่งที่คุณเป็น สิ่งที่ต้องระมัดระวังเพียงอย่างเดียวคือ อีโก้ (Ego) หรืออัตตา ที่อาจทำให้คุณก้าวลำเส้นของการเป็นเนื้อเเท้ของคุณ

สำหรับคนที่กำลังจะเปลี่ยนเเปลง…คุณจะพบกับความรู้สึกไม่สบายกายไม่สบายใจอีกมากมาย เเต่ขอให้มั่นใจว่า ทุกการเปลี่ยนเเปลงนำมาซึ่งผลลัพธ์อันหอมหวานเสมอ อย่าสูญเสียความเป็นตัวเอง เเละใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ความกลัว ความไม่เคารพตัวเอง เเละความไม่ถูกเคารพจากผู้อื่น คุณมีคุณค่ามากกว่านั้น มากกว่าที่คุณมองเห็นในตัวเอง มากกว่าที่คุณให้คุณค่ากับตัวเอง

รักเสมอ:)

อ้อ

10.7.2017

 

 

 

 

เชื่อไหม!? ใครๆก็ทำได้ กำจัดความเครียดภายใน 1 นาที!!

เชื่อไหม!? ใครๆก็ทำได้
กำจัดความเครียดภายใน 1 นาที

วันนี้อ้อเอาเทคนิคดีๆมาฝากกันค่ะ !


_______________________
“ความกังวลทั้งหลาย….ล้วนเกิดจากการที่คุณ…พยายามไปอยู่ที่อื่น…
จงอยู่กับปัจจุบัน…”

19989558_1224777077631294_2820417936407565095_n.jpg

#ความเครียด
#ความกังวล
เชื่อไหมคะ? มักเกิดจาก
การที่จิตใจ
จดจ่อกับเรื่องราว
อยู่2ประเภท คือ
1.เรื่องราวในอดีต
2.เรื่องราวในอนาคต

🍥เรื่องราวในอดีต
มักมาด้วยความทรงจำ
ทั้งดีทั้งร้าย
เรานึกถึง
เราคิดถึง
เราโทษคนอื่น
เราโทษตัวเอง
เราอยากเเก้ไขให้ดีกว่าเดิม

#เเต่หารู้ไม่ว่า
เรากำลังผลาญเวลาที่มีค่า
กำลังจดจ่อกับสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง…..

#คุณอาจตั้งคำถาม
อดีต จะไม่มีจริงได้อย่างไร ?
ก็มันเคยเกิดขึ้นกับฉัน

#คำตอบ
เเล้วมันจะมีจริงได้อย่างไร?
ในเมื่อ ณ เวลาที่คุณอยู่
คุณใช้เวลาปัจจุบัน
ในการนึกถึงอดีต
วาดภาพในใจ
เเล้วทำราวกับว่า
อดีตมันมีจริง….
ทั้งๆที่จริง
คุณอยู่ ณ ขณะนั้น

#สิ่งที่เป็นก็คือ
คุณกำลังนั่งวาดภาพในใจต่างหาก….

2.เรื่องราวในอนาคต
คุณรึเปล่าที่วาดภาพตนเอง
นั่งอยู่ในบ้านที่สวยหรู
ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน
มีบ้าน มีรถ มีเงิน
เรามักวาดฝันไว้อย่างดีเยี่ยม
เเต่พอทุกอย่างไม่เป็นอย่างใจ
เราเริ่มกลัว
เราเริ่มวิตกังวล
เราเริ่มคิด ว่าคนรอบข้าง
จะพูดถึงเรื่องนี้ว่าอย่างไร
#สุดท้าย
เราก็จะกลัว ว่าตนเองจะทำไม่ได้
เเละขาดความเชื่อมั่น
เเละศรัทธาไปในที่สุด

จริงๆเเล้วการวาดอนาคต
เป็นเรื่องที่ดี
เเต่การมีความคาดหวัง
ในชีวิตสูงเกินไป
มักนำพามาซึ่งความวิตกกังวล
อยู่เสมอ

#เพราะเวลาทั้งหมด
สูญเสียไปกับการคิดเรื่องอนาคต
เเทนที่จะเเก้ไข
ปัญหาที่เกิดขึ้นตรงหน้า

#อีกเเล้วซินะ
ที่เราทำเหมือนอนาคตมันมีอยู่จริง
เเต่ลืมไปว่า
ตอนเรานั่งคิดถึงอนาคต
#เรานั่งคิดอยู่ “ตอนนี้”

💁🏻วิธีกำจัดความเครียด
ง่ายนิดเดียว

1.เลิกสนใจอดีต โฟกัสที่ปัจจุบัน อย่าเสียเวลา ณ ขณะ คิดถึงสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง…

2.เลิกตั้งความหวังไว้สูงๆ เพราะเราไม่เคยรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในชีวิตบ้าง…. เอาเเต่พอดี
#ขนาดคนเป็นหมอยังป่วย
ไม่มีอะไรเเน่นอน

3.เลิกสนว่าคนอื่นจะคิดยังไง
เราต่างหากที่อยู่กับตัวเองทุกวินาที
💁🏻คนอื่นไม่มีผลอะไรกับเราขนาดนั้น…ถ้าเราไม่ปล่อยให้เขามี

4.อยู่กับปัจจุบัน
เหมือนจะง่าย
เเต่ลองคิดดีๆ
ว่าการอยู่กับปัจจุบันคืออะไร???

“Enjoy the present
And all the anxiety will go away.”
มีความสุขกับปัจจุบันกันเถอะ
.
.
.

อ้อ 🙂

#วันละ1คำคม
#livethemoment
#inspiration
#สุขภาพจิตดี
#สุขภาพดีจากภายใน

Cr. นักจิตวิทยา/นักโภชนาการ Ralph Smart

19989558_1224777077631294_2820417936407565095_n.jpg