…..ประสบการณ์หน้าพัง!! สู่วันที่ “ป้องกัน” สิวขึ้นได้ทุกจุด…(รักษาตนเองด้วยธรรมชาติบำบัด)

 cats

สิวหายได้ ถ้าฟังเสียงร่างกายให้เป็น
……………………………………………………..

 สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวก่อนนะคะ ชื่ออ้อค่ะ ยินดีด้วยกับทุกคนทั้งที่หลงและทั้งที่ตั้งใจเข้ามาในบล็อกนี้ เพราะนั่นหมายถึงคุณกำลังจะได้รู้จัก “สิว” ในระดับที่ลึกขึ้นกลับไปอย่างแน่นอน

.

.

ก่อนเป็นสิว

อ้อเป็นผู้หญิงทั่วๆไปคนหนึ่งที่อยากมีใบหน้าสวยใส ไร้สิว เนื่องจากช่วงวัยรุ่นจะชอบมีสิวขึ้นประปราย ตามฮอร์โมน ความเครียดและอาหาร ตอนนั้นพบว่าตัวเองเป็นสิวเรื้อรังมาตลอด ขึ้นๆยุบๆวนกันไป เพราะไม่เคยรู้เลยว่าลำไส้ของตัวเองสกปรก ตั้งแต่เด็กๆมาเลยถ่ายไปเป็นเวลา บางทีก็ไม่ถ่ายติดกันสามสี่วัน

.

.

               วิธีแก้ก็คือ ไปหาซื้อมาส์กหน้าที่เค้าโฆษณาว่า พอกทิ้งไว้แล้วสิวจะยุบข้ามคืน…..มีเลขจดแจ้ง มีดาราเป็นพรีเซ็นเตอร์ คนใช้กันตรึม (ขอสงวนชื่อเพราะปัจจุบันก็หายไปจากวงการแล้ว) ปรากฏว่าพอพอกข้ามคืน มันก็ยุบจริงๆหน้าใสกิ้ก รูขุมขนแทบไม่มีเลย (ดูได้จากภาพ)

DSC01682

                                                   cats.jpg

หลังจากสามเดือนผ่านไป พูดเลยว่า พัง!!

IMG_0673.JPG

สิวเห่อเต็มหน้า ตอนแรกเป็นผดๆที่ระหว่างคิ้วก่อน จากนั้นจะกลายเป็นสิวอักเสบสีแดง กระจุกตัวกันอยู่ในบริเวณที่เราพอกครีมหนาๆ ซึ่งคนแพ้สารปรอท สารสเตียรอยด์ในเครื่องสำอางจะรู้ดี ตอนนั้นเซ็งมากเพราะเราก็คิดว่าเราดูดีแล้ว…หลังจากนั้นก็พักหน้ายาวๆเลย

.

.

           ซึ่งนอกจากสาเหตุของการเป็นสิวที่แท้จริง(ลำไส้สกปรก)จะไม่ได้ถูกสนใจ ยังไปเพิ่มปัญหาให้ใบหน้าอีก ผิวเริ่มบอบบาง แพ้ง่าย จึงเป็นที่มาของการพักเครื่องสำอางที่มีสารเคมีตั้งแต่นั้น……….

.

.

หลังจากพักหน้า 1 ปี สิวอักเสบลดลงแต่ยังเป็นสิวเรื้อรังไม่หายขาด

.

               ตอนนั้นเริ่มปลงเรื่องสิว เพราะเรามั่นใจว่าเราไม่ได้ใช้ครีมอะไรอันตรายอีก แต่ทำอย่างไรสิวอักเสบก็ไม่หายขาด หน้าหมองๆ มีสิวที่หน้าผากเสมอ บางทีเป็นไขมันอุดตันเล็กๆเต็มไปหมด ช่วงนั้นเทรนด์สุขภาพกำลังมาเลยอยากออกกำลังกาย อยากมีหุ่นดี สุขภาพดีเผื่อสิวจะหาย ปรากฏว่าทำไปสักพักรู้สึกว่าตัวเองสุขภาพดีขึ้น กระปรี้กระเปร่า เลยทานอาหารคลีนควบคู่ด้วยตั้งแต่ปี 2014 แต่ทำอย่างไรสิวก็ไม่หายไปสักที เพราะตอนนั้นเน้นโปรตีนเยอะ เช่น ไก่ ไข่ นม อาหารต่างๆที่กินไม่ทำให้กล้ามเนื้อลีบเวลาออกกำลังกายเยอะๆ เเต่ถึงเเม้ว่าจะกินคลีน ก็ยังเป็นอาหารที่ผ่านกระบวนการทั้งนั้น เช่น ขนมปัง(แม้จะโฮลวีต) วุ้นเส้น แผ่นแป้งตอติย่า โยเกิร์ต ถั่วลิสงถั่วต่างๆที่อบเกลือ เป็นต้น

.

ไปทำงานต่างประเทศ 3 เดือน(สหรัฐอเมริกา)

อยู่ที่นู่นเรื่องอาหารสุขภาพลืมไปได้เลย มีเเต่ฟาสฟู้ดเเละอาหารที่มีไขมัน เค็มเเละน้ำตาลสูงมาก ห้ามใจไม่ค่อยอยู่เพราะคุ้กกี้ถุงใหญ่ๆราคาถูกกว่าผลไม้ T^T เศร้าใจ…

พอกลับมาไทยได้ 3 เดือน สิวเห่อหนักมาก…

 

เห่อขึ้นถึงขนาดที่เพื่อนบางคนทักว่า…. “เห้ย…ไปทำอะไรมาวะ หน้าดำเชียว…”

เดินเข้าวัตสันจะไปซื้อแค่สบู่ พี่พนักงานคนขายทักขึ้นเลยทันทีว่า

“น้องมองหาตัวรักษาสิวอยู่ใช่มั้ยคะ” แหะๆ เปล่าคะ หนูมาซื้อสบู่……….

จุดเปลี่ยน

.
มีโอกาสได้รู้จักกับนักธรรมชาติบำบัดเเละทำงานกับเขาตั้งเเต่ก่อนไปต่างประเทศ (ตอนนั้นยังไม่สำนึก) เขาสอนว่า อวัยวะภายในของร่างกายเราทำงานหนักมาตลอด คิดดูว่าเรากินอะไรเข้าไปบ้างในแต่ละวัน เช่น ของมัน ของทอด อาหารฟาสต์ฟู้ดทั้งหลาย แป้ง น้ำตาล ชา กาแฟ แอลกอฮอล์ อวัยวะเราไม่มีโอกาสได้ถูกล้างทำความสะอาดเลย มันเลยตกค้าง ก่อโรค

 .

.

        “ลองนึกถึงหม้อหุงข้าวที่ไม่ได้ล้าง หุงข้าวติดกันสักสิบวันยังมีเศษข้าวแข็งๆติดอยู่จนล้างไม่ออก ต้องแช่น้ำเป็นวัน นึกถึงสภาพลำไส้และอวัยวะอื่นๆภายในร่างกายของเรา นับสิบๆปีไม่เคยเว้นว่างจากอาหารไม่มีประโยชน์ นับสิบปีที่ไม่เคยได้รับการทำความสะอาด”

.

.

พอเริ่มมีความเข้าใจบ้าง

.

         หลังจากนั้นก็หันมาทานอาหารสุขภาพมากขึ้น ทานผลไม้เยอะขึ้น

.IMG_2530

IMG_6562.JPG

 .

******ใบหน้าเรามีเส้นลมปราณเชื่อมต่อกับอวัยวะภายในร่างกายทุกส่วน เมื่อร่าวกายดีท็อกส์ตัวเอง ทำให้สารพิษโดนขับออกมาอยู่ในเลือด เลือดก็ไหลเวียนไปทั่ว เเละหน้าคือจุดบอบบาง

ดังนั้นสิวขึ้นตรงไหนเราสามารถที่จะบอกได้เลยว่าอวัยวะใดของเรามีปัญหาบ้าง! (ร่างกายของเรามันสุดยอดไปเลย)

.

IMG_3108.JPG

มีโอกาสรู้จักคุณครูที่สอนให้รักษาสิวเเนวอายุรเวช จึงตัดสินใจดีท็อกส์….

เริ่มดีท็อกส์

fit-1905733_960_720

1. ด้วยการทานน้ำปั่นผลไม้อย่างน้อยวันละ 2 เเก้ว (ตามสูตรที่มีในเพจ Beyond The Fit With Aor)

2.ทานผงสกัดผลไม้เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดีท็อกส์ให้เป็นช่วงเวลาที่สั้นลง ลดความบอบช้ำของใบหน้าที่กำลังอ่อนเเออย่างหนัก เป็นเเบบออเเกนิคที่รู้จักกับผู้ผลิต

(ภาพประกอบคือภาพแรกนี้เลย…ขนาดแต่งหน้าเเล้ว โปะคอนซีลเลอร์แล้วด้วยบางๆ)

IMG_1737

IMG_1721.JPG

.
Dec 2016
แต่ด้วยความอดทน อดทน และอดทน
เรามาดูพัฒนาการกันดีกว่าเนอะ

IMG_9202

Dec 2016

IMG_1530

Dec 2016
AGBT2330

Jan 2017 (ตอนนี้ดีท็อกส์ลำไส้ สิวแนวลำไส้เห็นชัดมากๆ)

IMG_1189
Jan 2017 (ขนาดแต่งหน้าแล้วนะ)

IMG_1111
Feb 2017 (ช่วงดีท็อกส์ตับ จะมีสิวที่ระหว่างคิ้วเม็ดโตด้วย)

IMG_2864
ออกกำลังกายกันเถอะ ช่วยร่างกายดีท็อกส์อีกแรง (Feb 2017)

IMG_0778
ไปเที่ยวบ้างไรบ้าง

IMG_3768
สิวอักเสบเริ่มยุบ เย้ๆ (March 2017)

IMG_2728
รักษารอยกันต่อไป 🙂 (April 2017)

IMG_3492

จางๆเเล้ว (April 2017)

IMG_3803

13 April 2017

(ไปปฏิบัติธรรม 3 วันช่วงสงกรานต์….

ไม่เกี่ยวกับสิวเเต่อยากให้เห็นว่าจิตใจที่สงบ ทำให้เรามองทุกปัญหาเป็นเรื่องกระจิ๋วหลิว)

IMG_382616 April 2017

DKSD7734.jpeg

20 April 2017

 

11.jpg

30 May 2017

IMG_6772.JPG

9 July 2017

จบท้ายด้วยภาพนี้ 🙂

***กล่าวโดยสรุป สาเหตุสิวเรื้อรังของอ้อมีสาเหตุหลักๆ คือ

  1. 4 ปีที่เเล้วเคยเเพ้เครื่องสำอางค์ที่มีสารสเตียรอยด์ ใช้อยู่ประมาณ 3 เดือนเเล้วเลิก ตั้งเเต่นั้นมาผิวบอบบางมาโดยตลอด ใช้อะไรก็เเพ้ไปหมดเลย
  2. ลำไส้สกปรก มีปัญหาเรื่องขับถ่ายตั้งเเต่จำความได้ ไม่ชอบเข้าห้องน้ำ ลำไส้สกปรก เส้นลมปราณที่ตัดผ่านใบหน้าจะบอกตำเเหน่งสิวบริเวณหน้าผากเเละกรอบหน้า (ซึ่งจะมาอธิบายรายละเอียดให้ฟังในโพสถัดๆไป) ในภาษาหมอเขาเรียกว่าภาวะ Leaky Gut หรือลำไส้รั่ว
  3. ตับทำงานหนัก มีสาเหตุมาจากความเครียด นอนไม่ค่อยหลับ
  4. ฮอร์โมนไม่สมดุล มักมีปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติ รอบเดือนเกิน 28 วันเสมอ บางครั้งนานถึง 2 เดือน คาดเดาไม่ได้

ผลกระทบที่เห็นชัด

  1. เป็นสิวเรื้อรังมาตลอด สิวอักเสบเม็ดเเดงๆโตๆ ไม่เคยห่างจากสิวเลย
  2. หน้าชอบเป็นผด สิวอุดตันหัวสีขาว
  3. ผิวหน้าหมองคล้ำ เเต่งหน้าไม่ติด

.

วิธีรักษาโดยย่อ

  1. เปลี่ยนผลิตภัณฑ์เคมียกเซตมาเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ (เป้นสิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างเเรกเพื่อไม่เพิ่มปัญหาสิว เเต่นี่ยังไม่ได้รักษาที่ต้นเหตุ เป็นการเเก้ปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น)
  2. ดีท็อกส์ (เรื่องนี้จะอธิบายอย่างละเอียดในโพสถัดไป) ซึ่งเป็นการรักษาสิวเเบบถอนรากถอนโคน อ้อเอาตัวเองเป็นคนทดลอง ตอนนี้ใช้เวลา6เดือนเเล้ว เหลืออีก 6 เดือนที่ยังต้องไปต่อเพราะให้เวลาตัวเอง 1 ปีในการรักษาสิวเเบบถึงต้นตอ (เเอดไลน์มาปรึกษาอ้อถึงวิธี ผลิตภัณฑ์ที่อ้อใช้ได้ที่ http://line.me/ti/p/3XTF_u2hlC ) อ้อไม่หวงความรู้เเต่อยากให้ปรึกษาก่อนไปทำเอง เพราะหลายคนขาดความรู้ความเข้าใจ พอไปทำเองก็ไม่ได้ผล
  3. ออกกำลังกายเป็นประจำ โดยเลือกชนิดที่ช่วยดีท็อกส์ เช่น   โยคะ (การฝึกหายใจช่วยให้เซลล์ทำงานได้ดีขึ้น)  ชี่กง (การยืด บิดตัวช่วยให้อวัยวะมีโอกาสสะบัดสารพิษทิ้ง มองภาพไม่ออกนึกถึงเวลาเราขยำฟองน้ำล้างจานเพื่อเอาน้ำชุ่มๆออก)
  4. อบตัวสมุนไพรบ่อยๆ ใครอยู่ไกลที่อบสมุนไพรลองหาวิธีในเน็ตเเบบ DIY ดูนะคะ
  5. ถ้าเป็นไปได้งดทานอาหารสามอย่างนี้ให้ได้มากที่สุด คือ เนื้อ นม ไข่ (ทำเท่าที่ตนเองทำได้ค่ะ เพราะมันมีผลเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก) #หลายคนไม่เชื่อเลย พอให้ลองงดเนื้อ 7 วันเท่านั้นเเหละ สิวอักเสบหัวเเดงๆยุบภายในข้ามคืน เนื้อมีความเป็นกรด สิวอักเสบคือการที่ร่างกายร้อนจากการมีกรดในตัวมากเกินไป
  6. ใช้มาส์กหน้าดูดซับสารพิษ Thai Spa Facial เพื่อดูดซับสเตียรอยด์ตกค้าง พร้อมคืนความชุ่มชื่นให้กับผิวที่ขาดน้ำ เเห้ง ก่อให้เกิดการอักเสบเป็นอย่างมากเพราะผิวอ่อนเเอ

5ข้อนี้ทำให้ได้ หมายความว่าคุณเข้าใกล้การรักษามากขึ้นอีกสเต็ปนึงเเล้วค่ะ 😉

ถึงเเม้ว่าวันนี้อ้อจะยังไม่หายดี เเต่ก็พอจะให้คำเเนะนำได้ ยินดีให้คำปรึกษาทุกคนนะ เพราะเรารู้ว่าบางคนพยายามมาหลายวิธีเเล้วเเต่ก็ไม่เห็นผล ลองเปิดใจให้ธรรมชาติบำบัดดูนะคะ 🙂

อ้อ บียอนเดอะฟิต

ให้คำเเนะนำด้วยใจ เเอดไลน์มาที่นี่>> http://line.me/ti/p/3XTF_u2hlC

 

ขั้นตอนอย่างละเอียดเมื่อตัดสินใจรักษาสิวนิวอายุรเวช

สิวคืออะไร ไขความลับที่ไม่มีใครเคยบอกคุณ

ล้างหน้าอย่างไรให้สะอาด ขั้นตอนเเรกก่อนไปรักษาสิวด้วยวิธีอื่นๆ

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้รักษาสิว(Organic Based)

สินค้าออเเกนิคที่อ้อเลือกใช้ช่วงรักษาสิว

รักษาสิวระยะสั้น VS รักษาสิวระยะยาว หายถาวร เเนวอายุรเวช

 

Continue reading …..ประสบการณ์หน้าพัง!! สู่วันที่ “ป้องกัน” สิวขึ้นได้ทุกจุด…(รักษาตนเองด้วยธรรมชาติบำบัด)
Advertisements

เราควรรู้จักสิ่งนี้มานานเเล้ว!!! “น้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ล”

น้ำส้มสายชูหมักจากเเอปเปิ้ล

แอปเปิ้ลไซเดอร์ หรือ น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์วีนีการ์ (อ่านว่า เวเนการ์ หรือ เวนิการ์ ก็ได้) (Apple Cider Vinegar หรือ ACV) คือ น้ำส้มสายชูที่เกิดจากหมักแอปเปิ้ลสด (น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล) ด้วยการนำมาบดและปล่อยให้เกิดการหมักตัวในถังไม้ โดยไม่ผ่านกระบวนการความร้อนและการคัดกรอง จึงยังคงเอนไซม์และแร่ธาตุจากธรรมชาติไว้อย่างครบถ้วน มีคุณสมบัติเป็นกรดสูง มีรสเปรี้ยวจัด มีสีเหลืองคล้ายน้ำชา มีเส้นใยบาง ๆ ลอยอยู่ มีความเป็นกรดประมาณ 5% (Acetic Acid) มีส่วนประกอบของธาตุโพแทสเซียมสูง

การเลือกซื้อและการเก็บรักษาแอปเปิ้ลไซเดอร์เวนิกา : ควรเลือกซื้อน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ที่บรรจุในขวดแก้ว มีฉลากระบุแหล่งที่ผลิตอย่างชัดเจน มีเครื่องหมาย อย. หรือ เครื่องหมายรับรองคุณภาพ มอก. ดูวันหมดอายุร่วมด้วย ยิ่งใหม่ยิ่งคงคุณค่า หลังจากเปิดใช้แล้วให้ปิดฝาให้สนิท เก็บไว้ในอุณหภูมิห้องในที่แห้งและมืด เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาและป้องกันการระเหย

วิธีกินแอปเปิ้ลไซเดอร์เวนิกา : ให้เขย่าขวดก่อนเพื่อให้เส้นใยฟุ้งขึ้นมา หลังจากนั้นให้เทน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ 2 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำผึ้งอีก 2 ช้อนโต๊ะกับน้ำอุ่นเต็มแก้ว แล้วคนให้เข้ากัน ดื่มหลังตื่นนอนตอนเช้าหรือก่อนอาหารเช้า กลางวัน และเย็นประมาณ 30 นาที สำหรับมือใหม่ที่ทดลองดื่มในช่วงแรกอาจจะรู้สึกว่ามันดื่มยากเพราะมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว (โดยเฉพาะตอนเรอ) แต่ถ้าทนได้ ดื่มไปเรื่อย ๆ ก็จะชินเอง (คนข้าง ๆ อาจไม่ชินก็ได้ ! ) 

ประโยชน์ของแอปเปิ้ลไซเดอร์

  1. แอปเปิ้ลไซเดอร์โพแทสเซียมช่วยในการแบ่งเซลล์ หากขาดแร่ธาตุนี้จะมีผลทำให้ร่างกายมีอาการผิดปกติ เช่น ผมร่วง ผมหงอก ร่างกายเติบโตช้า และแก่เกินวัย เป็นต้น
  2. ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้เซลล์และหลอดเลือดแดง (โพแทสเซียม)
  3. ช่วยชะลอความแก่ คงความหนุ่มสาว
  4. ช่วยแก้อาการอ่อนเพลียของร่างกายหลังออกกำลังกาย
  5. ช่วยทำให้ระบบหายใจทำงานดีขึ้น
  6. ช่วยทำให้ความจำดีขึ้น
  7. ประโยชน์แอปเปิ้ลไซเดอร์ช่วยลดความดันโลหิตและโรคหัวใจ
  8. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดของหนูทดลองได้ แต่สำหรับคนยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ
  9. มีงานวิจัยชี้ว่าน้ำส้มสายชูอาจช่วยกำจัดหรือชะลอการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง และยังพบว่าช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งหลอดอาหาร แต่มีอีกผลงานวิจัยกลับพบว่ามันอาจจะไปเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะแทน
  10. มีส่วนช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ และช่วยลดการติดเชื้อ ลดพิษจากอาหารที่รับประทานเข้าไป
  11. ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง
  12. ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้และหอบหืด
  13. ช่วยแก้หวัด แก้เสมหะ และแก้ไซนัส ด้วยการผสมน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ 2 ช้อนโต๊ะกับน้ำ 1 ถ้วยในกระทะ แล้วต้มให้เดือดจนเริ่มมีไอระเหยแล้วค่อยปิดไฟ หลังจากนั้นให้นำผ้ามาคลุมศีรษะแล้วก้มหน้าลงใกล้ ๆ กระทะเพื่อสูดหายใจเข้าลึก ๆ
  14. ช่วยแก้อาการเจ็บคอ คันคอ ด้วยการใช้น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำ 1 แก้ว แล้วนำมากลั้วคอบ่อย ๆ ทุก ๆ 1 ชั่วโมง
  15. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหาร ด้วยสูตรส่วนผสมแอปเปิ้ลไซเดอร์ 1/3 ช้อนชาผสมกับน้ำ 1 ช้อนโต๊ะ ดื่มก่อนอาหาร 5-10 นาที (อมไว้ในปากประมาณ 5 วินาทีก่อนกลืน)
  16. ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ
  17. ช่วยบรรเทาอาการอาหารเป็นพิษ ด้วยการใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์ 1 ช้อนชาในน้ำ 1 แก้ว จิบดื่มครั้งละ 1-2 ช้อนชา ทุก ๆ 5 นาที
  18. ช่วยป้องกันการเกิดโรคนิ่วและการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ
  19. ช่วยบรรเทา ลดอาการปวดของโรคข้อต่าง ๆ โดยใช้น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ 1 ส่วน แอปเปิ้ลไซเดอร์ 2 ส่วนผสมกัน แล้วนำมานวดบริเวณที่ปวดวันละครั้งหรือสองวันครั้ง
  20. ช่วยแก้โรคคัน รักษาโรคผิวหนัง
  21. ช่วยปรับระดับความเป็นกรด-ด่างในร่างกายให้สมดุล
  22. ในต่างประเทศถือว่าแอปเปิ้ลไซเดอร์เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่ช่วยล้างพิษในร่างกายได้
  23. ใช้แช่ผักที่มีสารพิษตกค้างได้ ด้วยการผสมแอปเปิ้ลไซเดอร์ 3 ช้อนโต๊ะในอ่างแล้วนำผักลงแช่
  24. ช่วยกำจัดไขมันส่วนเกิน โดยใช้น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ 1 ส่วน แอปเปิ้ลไซเดอร์ 2 ส่วนผสมกัน แล้วนำมานวดบริเวณที่ปวดวันละ 1-2 ครั้ง
  25. แอปเปิ้ลไซเดอร์ลดความอ้วน ด้วยสูตรแอปเปิ้ลไซเดอร์ 2 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำอุ่น 1 แก้ว ดื่มตอนเช้าหลังตื่นนอนก่อนรับประทานอาหารมื้อแรก จะช่วยเรื่องระบบการย่อยให้สมบูรณ์ เผาผลาญอาหารได้มากขึ้น
  26. น้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ลช่วยลดน้ำหนักตัว เพราะลดความอยากอาหารและทำให้อิ่มเร็วมากขึ้น ด้วยสูตรแอปเปิ้ลไซเดอร์ 1 ช้อนชาผสมกับน้ำ 2 แก้ว ดื่มก่อนอาหารประมาณ 30 นาที
  27. ช่วยรักษาสภาพผิว ด้วยการใช้น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์และน้ำอย่างละเท่า ๆ กัน นำมาผสมแช่ในตู้เย็น แล้วนำมาเช็ดหน้าและแปะไว้บนหน้า
  28. มาส์กหน้าด้วยแอปเปิ้ลไซเดอร์ ช่วยทำให้รูขุมขนดูกระชับ ด้วยการใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์ 5 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำเปล่าครึ่งแก้ว แล้วนำสำลีมาชุบแปะทิ้งไว้ทั่วหน้า ทิ้งไว้ 10 แล้วล้างออก (อาจจะรู้สึกคันยิบ ๆ)
  29. ใช้ทำเป็นโทนเนอร์ ด้วยการใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์ 1 ส่วนผสมกับน้ำเปล่า 3 ส่วน นำไปแช่ในตู้เย็น แล้วน้ำมาเช็ดหน้าแล้วล้างออก (อาจจะรู้สึกคันยิบ ๆ บ้าง)
  30. ช่วยป้องกันผมแห้ง ผมร่วง ผมแตกปลาย ศีรษะมัน มีรังแค ด้วยการผสมน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ 1/3 ถ้วยกับน้ำ 1 ถ้วยแล้วนำมาล้างผมหลังสระ

(หมายเหตุ : ประโยชน์ข้างต้นยังไม่มีงานวิจัยที่ระบุอย่างชัดเจน ควรใช้วิจารณญาณ)

โทษของแอปเปิ้ลไซเดอร์

  • น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิลการรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมคือวันละ 2 ช้อนชาหรือน้อยกว่า ด้วยการผสมกับน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้ แต่หากรับประทานชนิดเม็ด ขนาดที่แนะนำคือ 285 มิลลิกรัมต่อวันหรือไม่เกิน
  • เนื่องจากน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์มีฤทธิ์เป็นกรด การรับประทานไม่ถูกขนาดหรือมากเกินไปอาจจะก่อให้เกิดอาหารปวดแสบปวดร้อนในกระเพาะได้ สำหรับผู้ที่เริ่มรับประทานใหม่ ๆ ควรรับประทานแต่น้อย ประมาณ 1 ช้อนชาผสมกับน้ำประมาณ 8 ออนซ์ เพื่อดูว่าร่างกายจะตอบสนองต่อแอปเปิ้ลไซเดอร์อย่างไร
  • ไม่ควรดื่มโดยไม่ผสมอะไรเลยเพราะอาจจะทำลายเนื้อเยื่อปากและลำคอได้
  • การรับประทานแอปเปิ้ลไซเดอร์ควรระวังเรื่องเคลือบฟันจะกร่อนและเสียเอาได้ ดังนั้นทุกครั้งที่ดื่มน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ ควรบ้วนปากด้วยทุกครั้ง
  • การรับประทานในปริมาณเล็กน้อยกว่าปริมาณที่แนะนำ การรับประทานไม่บ่อยมากอาจจะไม่มีผลเสียอะไรต่อร่างกาย แนะนำว่าไม่ควรรับประทานในปริมาณมากและติดต่อกันนานจนเกินไป หยุดพักบ้างก็จะดี
  • การรับประทานแอปเปิ้ลไซเดอร์ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้ระดับของธาตุโพแทสเซียมต่ำลงและกระดูกบาง ถ้ารับประทานไปแล้วพบว่ามีปัญหา ควรปรึกษาแพทย์
  • ปริมาณของกรดในแอปเปิ้ลไซเดอร์แต่ละยี่ห้อจะไม่เท่ากัน หากต้องการเปลี่ยนยี่ห้อใหม่ก็ควรเริ่มรับประทานแต่น้อยก่อน เพื่อดูการตอบสนอง
  • ปัจจุบันยังไม่มีผลงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับว่าแอปเปิ้ลไซเดอร์จะได้ผลดีจริงตามที่ผู้ผลิตกล่าวอ้าง
  • ว่ากันว่าส่วนประกอบของแอปเปิ้ลไม่ได้มีวิตามินอะไรมากมาย มีแค่เพียงธาตุเหล็ก โพแทสเซียม โซเดียม และแคลเซียมในปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
  • สำหรับผู้ที่เป็นโรคไทรอยด์ ไม่ควรดื่มน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ก่อนและหลังกินยารักษาไทรอยด์
  • น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์อาจมีปฏิกิริยากับยาขับปัสสาวะ ยาระบาย ยารักษาโรคหัวใจ ยารักษาโรคเบาหวาน เนื่องจากมีโครเมียมที่อาจเปลี่ยนแปลงระดับอินซูลินได้

แอปเปิ้ลไซเดอร์ วีนีการ์บ่อยครั้งที่ผู้ผลิตอาหารเสริมต่าง ๆ มักจะนำเอาผลวิจัยต่าง ๆ มาอ้าง เช่น ผลการทดลองในหลอดทดลองหรือในสัตว์ ว่ามีประโยชน์สารพัด สามารถช่วยลดน้ำหนักได้ แต่คุณต้องเข้าใจนะครับว่าร่างกายมนุษย์กับสัตว์ทดลองมันไม่เหมือนกัน หากได้ผลในสัตว์หรือหลอดทดลอง ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะได้ผลกับมนุษย์เสมอไป ซึ่งบริษัทผู้ผลิตอาหารเสริมส่วนใหญ่ (เกือบทุกราย) ก็มักจะเอาข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ที่เป็นเฉพาะด้านดีมานำเสนอ แต่ไม่เคยนำผลเสียมาบอกให้คุณรู้ ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือมีหลายงานวิจัยที่ให้ผลขัดแย้งกันเองหรือตรงข้ามกัน

การที่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่าง ๆ ได้ผ่านการรับรองจาก อย. และมีการบ่งบอกว่าเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ มันไม่ได้แปลว่าจะปลอดภัย 100% แต่อาหารเสริมที่ผ่าน อย. นั้นแค่หมายถึงการรับรองว่าไม่มีสารที่เป็นอันตรายตกค้างอยู่ต่างหาก แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ก่อให้เกิดโทษต่อร่างกาย

ความจริงแล้วอาหารเสริมสามารถผ่านอย. ได้ง่ายมากครับ แค่พิสูจน์ว่าไม่มีสารพิษก็ผ่านแล้ว หลาย ๆ คนต่างก็คิดว่าแอปเปิ้ลไซเดอร์มันไม่มีอันตราย แม้แต่ อย.เองก็ตาม เพราะเคยมีกรณีที่หลอดอาหารทะลุเนื่องจากการรับประทานแอปเปิ้ลไซเดอร์มาแล้ว เพราะมีกรดอะซิติกที่ค่อนข้างสูงและรุนแรง แต่ อย.ก็ต้องปล่อยให้ผ่านไปเนื่องจากมันไม่ใช่สารพิษ

อาหารเสริมที่ผ่าน อย.ไม่ได้แปลว่าจะได้ผลดีหรือบอกถึงประสิทธิภาพในการช่วยลดน้ำหนักแต่อย่างใด เพราะ อย. มีหน้าที่เพียงแค่ตรวจสอบความปลอดภัยของผู้บริโภคเท่านั้น และไม่มีหน้าที่ที่จะรู้ว่ามันจะได้ผลหรือมีประสิทธิภาพอย่างไร เพราะอาหารเสริมไม่ใช่ยา แม้แต่ยาที่ขึ้นชื่อว่าปลอดภัยก็ยังมีคำเตือน แต่สำหรับอาหารเสริมนั้นจะไม่มีคำเตือนหรือผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้บริโภคได้

cr.https://medthai.com.

ผู้หญิงสตรองคืออะไร? ทำไมใครๆก็อยากเป็น?

“ผู้หญิงสตรอง” อ้อได้ยินคนรอบตัวพูดคำนี้บ่อยๆ ทุกๆครั้งที่ได้ยิน…ในด้านนึงมันทำให้รู้สึกฮึกเฮิมเเละภูมิใจ ถึงความเข้มเเข็งของตัวเอง เเต่อีกด้านนึงกลับรู้สึกว่า…มันคือคำปลอบใจ ของผู้หญิงเราหลายๆคนที่กำลังเผชิญกับปัญหาที่วิธีเเก้เลี่ยงไม่ได้ที่ทำให้เราต้องอดทน ต่อฝ่าฟัน ดูๆเเล้ว ความสุขที่เเท้จริงจากการพูดว่า ฉันเป็นผู้หญิงสตรอง ก็ยังเลือนลาง

videoblocks-women-hold-hands-and-walk-into-water-their-backs-to-camera-at-sunset_rzq6koere_thumbnail-full03

ผู้หญิงเราสมัยใหม่นี้เเบกรับความเครียดไว้เยอะโดยไม่รู้ตัว (จากประสบการณ์ของตัวเองเเละสังเกตุจากคนรอบข้าง)ทำให้มีผลลัพทธ์ออกมาในหลายรูปเเบบ เช่น ความเจ็บป่วย ความเครียด ความล้มเหลว ในชีวิต ในความสัมพันธ์ ถ้าไม่สตรองจริงก็อยู่ยาก เเต่จะสตรองเเบบไหนละ…ถึงจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้….?????

มนุษย์เราเป็นสัตว์สังคมในดีเอ็นเอ เเต่ด้วยโลกเปลี่ยนไปทำให้เราขาดการเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งกับคนรอบข้างทำให้ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน พบได้เฉพาะงานรับน้อง รับปริญญาในมหาลัย หรือวันที่มีงานเลี้ยง งานเเต่งงาน งานบวช เป็นต้นเเต่ลึกๆเเล้วนั้น….เราต้องการสังคมที่ปลอดภัย เเละพร้อมสนับสนุนเราอยู่เสมอ

ผู้หญิงเป็นเพศที่ต้องการการเชื่อมโยงกับเพศเดียวกันมากกว่าผู้ชาย #มีงานวิจัยกล่าวว่า ผู้หญิงที่เติบโตมากับพี่สาวหรือน้องสาว มีเเนวโน้มที่จะมีสุขภาพกายเเละจิตดีกว่าการมีพี่ชายหรือน้องชาย (อาจจะไม่ใช่ทุกกรณีเสมอไปนะ) เพราะผู้หญิง มีต่อมรับความรู้สึก ประสาทสัมผัสเยอะกว่าผู้ชาย มีประจำเดือน มีช่วงเวลาของรอบอารมณ์ที่เเยกย่อย ส่งผลให้มีการเเสดงออกทางอารมณ์มากกว่า เเละต้องการผู้คนที่พร้อมซัพพอทในเรื่องของอารมณ์เเละสัมผัสเหล่านี้ ผู้หญิงที่เติบโตมาในครอบครัวที่มีผู้หญิงจึงมีเเนวโน้มที่จะได้รับการซัพพอททางด้านจิตใจเยอะกว่า เเละนี่ คือสิ่งที่ธรรมชาติกำหนดไว้เเล้ว!!!!!!!

เพราะการเข้าถึงอารมณ์ของตัวเองได้เเละรู้สึกโอเคกับมันเเละสังคมไม่ได้บอกว่าผิด(ตรงข้ามกับความเชื่อในสังคมปัจจุบัน)นั่นคือสิ่งที่ธรรมชาติต้องการ เเละสอดคล้องกับการเป็นมนุษย์ เพราะนั่นคือการ เข้าถึงพลังธรรมชาติอย่างเเท้จริงเเละผู้หญิงก็มีเเนวโน้มเข้าถึงพลังนี้ได้ง่ายผู้ชาย เเละพลังนี้คือ…..พลังเเห่งการเยียวยา

🌸🌸🌸🌸

ผู้หญิง คือความสวยงามของผู้สร้าง
คือเเรงบันดาลใจของมนุษย์
คือผู้สร้างสรรค์เเละให้กำเนิด
ลองจินตนาการว่า ถ้าโลกนี้ขาดผู้หญิงไป
ความเบิกบานเเละความสดชื่น
ก็อาจจะลดเลือนหายไปเเน่นอน

🌸🌸🌸🌸

ผู้หญิงที่สตรอง ไม่ใช่ผู้หญิงที่เเข่งเกร่ง ห้าวหาญ ฉับไวจากภายนอก

เเต่เป็นผู้หญิงที่กล้า ที่จะอ่อนเเอเพื่อที่จะเติบโต

ผู้หญิงที่สตรอง คือผู้หญิงที่มีสเน่ห์ จากการเป็นเนื้อเเท้เเละไม่กลัวที่จะเป็นตัวเอง100%

ผู้หญิงที่สตรองคือผู้หญิงที่กล้าขอความช่วยเหลือ กล้าเปิดใจให้ผู้หญิงคนอื่น อย่างไร้การตัดสิน

หากคุณเป็นผู้หญิง…..คุณโชคดีมาก เเละจะโชคดีกว่านั้นถ้าคุณเป็นผู้หญิงที่พร้อมจะผลักดันให้ผู้หญิงคนอื่นสตรองเช่นกัน เพราะเมื่อคุณเเข็งเเรงเเละเเข็งเเกร่งในตัวเอง คุณทำให้คนอื่นเห็นความเเข็งเเรงเเละเเข็งเเกร่งของตัวเองเช่นกัน🙏💛

spiritweaversgathering

Love you women!

DANCEmandala การเต้นบำบัดเเละการทำสมาธิ

DANCEmandala คือ การเต้นบำบัดเเละการทำสมาธิ โดยสนับสนุนการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเป็นอิสระ ไร้รูปเเบบ ถูกคิดค้นขึ้นโดยคนไทย นั่นคือคุณอารีรัตน์ The Yoga Tree โดยมีผู้สนใจจากทั่วโลกมาฝึกมากมายกับท่านที่เชียงใหม่ จนเปิดสอนให้กับผู้ที่สนใจอยากส่งต่อการเต้นที่มีพลังอันนี้เป็นเวลานานถึง 7 ปีเเล้ว โดยอ้อได้รับเกียรติเป็นคนไทยคนเเรกที่จะส่งต่อการเต้นอันนี้ให้กับคนไทยเเละผู้ที่สนใจ 

cats.jpg

การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเป็นอิสระนี้ มาจากการฟังเสียงอารมณ์เเละร่างกายอย่างลึกซึ้ง ผู้ฝึกจะมีโอกาสได้ค้นพบตัวเองเเละถ่ายทอดออกมาอย่างสร้างสรรค์เเละเป็นธรรมชาติ ปราศจากการปรุงเเต่ง ผู้ฝึกจะมีโอกาสได้ปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกในพื้นที่ที่ปลอดภัย โดยจะมีคุณครูดูเเลเเละให้คำเเนะนำตลอดคลาสเรียน

นอกจากนี้ ผู้ฝึกจะได้มีโอกาสปลดปล่อยอารมณ์ที่ติดค้างอยู่ในร่างกาย ที่มักพัฒนาไปเป็นความเเน่นตึง ความปวดเมื่อยตามจุดต่างๆ โดยจุดประสงค์ของการเต้นจะไม่ได้เพื่อเเก้อาการปวดเมื่อยโดยตรง เเต่เพื่อเข้าถึงเเละเข้าใจร่างกายเเต่ละส่วนได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น 

dancemandala

คำถาม: เเล้วถ้าไม่มีประสบการณ์การเต้นมาก่อน?

ตอบ: ผู้ฝึก DANCEmandala ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์การเต้นมาก่อน เพราะเป็นการเต้นที่ต้องฟังเสียงร่างกายเเละอารมณ์ความรู้สึกของตนเอง จึงเป็นการฝึกที่เฉพาะตน เเละเนื่องจากเป็นการเต้นสมาธิ จึงไม่มีการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นเเละคุณครู เป็นการทำความเข้าใจตนเอง ณ จุดที่เราอยู่ 100%

IMG_3822

คำถาม: สถานที่ฝึก DANCEmandala ต้องฝึกที่ไหน?

ตอบ: สามารถเข้ามาฝึกได้ที่ The Yoga Tree เชียงใหม่ โดยจะมีอาจารย์หลากหลายท่านจากทั่วโลก เเวะเวียนกันมาสอนในเเต่ละเดือน เเละการสอนจะสอนเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น สำหรับผู้ที่สนใจเรียนเป็นภาษาไทย สามารถติดต่อมาเรียนกับอ้อ เป็นคลาสเเบบตัวต่อตัวได้ที่ Heart N Soul House เชียงใหม่เช่นกัน (สอบถามเพิ่มเติมที่เฟสบุ้ค Panida Thongsui หรือไลน์ Line: @weserveorganic) จนกว่าที่ The Yoga Tree จะพร้อมเปิดสอนเป็นภาษาไทยค่ะ 🙂

คำถาม: ค่าใช้จ่ายเป็นอย่างไร?

คำตอบ: คลาสรวม(ที่ The Yoga Tree เชียงใหม่) สอนเป็นภาษาอังกฤษครั้งละ 250 บาท คลาสส่วนตัว (ที่ Heart N Soul House เชียงใหม่) สอนเป็นภาษาไทย ครั้งละ 500 บาท ซื้อเป็นเเพ็คเกจ 5 ครั้ง 1,500 บาท

มาปลดปล่อยอารมณ์เเละค้นพบตัวตนที่เเท้จริงของเรากันนะคะ!!

สิ่งที่ผู้ร่วมกิจกรรม Women Circle อยากบอกกับผู้หญิงทุกคน!!!

วันนี้อ้อเก็บตก สิ่งที่ผู้ร่วมกิจกรรม “Women Circle” ครั้งที่ 4 อยากบอกกับผู้หญิงทุกคนมาฝากกันค่ะ!!! 🙂 🙂 โดยกิจกรรมครั้งที่ 4 นี้พิเศษมากๆเพราะมีเเขกรับเชิญพิเศษมาร่วม 4 คนซึ่งทุกคนเป็นสาวๆนักบำบัดต่างชาติ ที่ทำ Women Circle ในยุโรป อเมริกา เเอฟริกาเเละเอเชีย
ไอเดียนี้ ต้องการให้ผู้หญิงไทยเราได้มีประสบการณ์พบเจอกับผู้หญิงจากชาติอื่นๆเเละเเลกเปลี่ยนไอเดีย ความคิด เเบ่งปันประสบการณ์เเละปลุกพลังความรักที่ไร้การเเบ่งเเยก ไร้ข้อจำกัด เเละข้อความต่อไปนี้ คือ สิ่งที่ผู้ร่วมกิจกรรมทุกคนทั้งคนไทยเเละต่างชาติ อยากฝากไว้ให้ผู้หญิงทุกคนค่ะ !!!
IMG_4142

รักตัวเองเเล้วทุกอย่างจะราบรื่น

IMG_4144

IMG_4143

การเป็นผู้หญิงมันมหัศจรรย์ ดีใจที่ได้เปิดใจเเละจิตวิญญาณของเรา

IMG_4149

IMG_4147

คุณสมบูรณ์เเบบอยู่เเล้วในเเบบที่คุณเป็น

IMG_4146

พี่สาวน้องสาวที่รัก รักตัวเองเเละสัมผัสความรักนั้น ความรักที่เป็นของเราทุกคน

ถ้าเรารักกันเราจะเติบโต เรารักพวกเธอ!!

IMG_4145โอบกอดความเป็นผู้หญิงที่มีสัญชาตญาณของสัตว์ป่าในตัวคุณ มันคือพลังเเละปัญญาที่มาจากป่า (ผู้เขียนเป็นกูรูด้าน Plants Medicine ใช้สมุนไพรในการรักษา)

timeline_20181029_154226

ขอบคุณสำหรับวันนี้ค่า มันอะเมซิ่ง!!

143887.jpg

จะมีอะไรมีคุณค่า เท่ากับการที่มีพี่น้องที่ใช้ชีวิตอย่างมีสติ? 🙂

143886

ขอบคุณสาวๆทุกคนสำหรับค่ำคืนที่น่ารัก!!! รู้สึกดีมากที่ได้เเบ่งปันกับทุกคนผู้หญิงที่อะเมซิ่ง เป็นสิ่งที่ดีมากในการปิดท้ายวันที่เเสนยาวนานของฉัน ส่งความรักมากมายให้เธอเเละจูบ (รู้สึกมหัศจรรย์)

cats

เราจะเติบโตไปด้วยกัน 🙂

รีวิวการเข้าร่วม Women Circle ครั้งเเรกของคุณจ๋อมเเจ๋ม สุพัชชา

 

IMG_4119.JPGร่วม Woman Circle ครั้งแรกและหลงรักความเป็นผู้หญิงในตัวเองมากขึ้น 🙂

จ๋อมแจ๋มเป็นคนหนึ่งที่ไม่มีความรู้ทางด้าน Spiritual หรือ healing เลยแม้แต่นิดเดียว แต่พอมารู้จักพี่อ้อ(ทำงานด้วยกันและพี่เป็นคนจัดกิจกรรมนี้) เรารู้สึกว่าพี่เค้ามีพลังงานบางอย่างที่เราอธิบายไม่ได้ ทุกครั้งที่เราเฟล ไม่มีความสุข แต่พอเจอพี่อ้อ ได้พูดคุยกัน ทุกอย่างที่ทำให้เราทุกข์คือหายไปเลย เรากล้าเปิดใจกับพี่เค้าในเรื่องที่ sensitive มากๆ มีครั้งหนึ่งที่เรานอนไม่หลับเป็นเดือนๆ เพราะความเครียด ตัดสินใจไปหาพี่อ้อที่บ้าน ทำกิจกรรมกันเล็กๆน้อย มันหายจริงๆ กลับห้องไป เป็นคืนแรกในรอบหลายเดือนที่หลับสนิทเลย ทำให้เราเชื่อในเรื่องพลังงานธรรมชาติขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง

จนได้มาร่วมกิจกรรม Woman Circle ที่พี่อ้อจัดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีทั้งพี่ๆคนไทยและเพื่อนชาวต่างชาติที่มีความรู้ทางด้านนี้กันทั้งนั้น ตอนนั่งทานข้าวกันก่อนเริ่มกิจกรรมเราก็นั่งฟังเค้าพูดกันเรื่องโยคะ เรื่องชี่กง ไปเวิร์คชอป ไปบำบัดที่อินเดีย หลายสิ่งหลายอย่างมาก โดยที่เราไม่รู้เรื่องสักนิด ตอนนั้นเรารู้สึกว่า เอ….หรือนี่จะไม่ใช่ที่ของเรากันนะ

จนกระทั่งสเตฟานีเพื่อนจากเยอรมันถามว่าเราทำอะไรมาบ้าง เราก็พูดไปตรงๆว่าไม่มีความรู้เรื่องที่พวกเธอพูดกันเลยสักนิด แต่ที่เข้าร่วมเพราะมีเรื่องเครียด ด้วยความที่เป็นเด็กจบใหม่ มีความคาดหวังจากครอบครัวและคนรอบข้างสูงมาก และตัวเราเองที่อยากจะ accomlpish อะไรสักอย่าง แต่มันล้มเหลวตลอด เราอยากได้พลังงานบวก เพื่อนก็กอดเราและบอกว่าดีใจที่เรามาวันนี้

carers-link-multicultural-policies-acceptance
กิจกรรมเริ่มด้วยการแชร์ความรู้สึก ไม่รู้ว่าเพราะสถานที่ หรือสภาพแวดล้อมตอนนั้นมันทำให้เราเป็นตัวเองมาก เราบอกไปว่าเราอยากรักตัวเองมากขึ้นเพราะที่ผ่านมาเราแคร์คนอื่นมากๆ ไม่มี center จนมันทำร้ายตัวเองบ่อยมาก และ ณ ตอนนั้นเรารู้สึกว่าเราโชคดีมากๆๆๆๆๆๆๆ ที่มาครั้งนี้ เพราะมันทำให้เรารู้ถึงความต้องการของตัวเองจริงๆ ได้ปลดปล่อยความคิดที่ว่าเราไม่มีค่า เราไม่สามารถทำอะไรได้ดีไปกว่านี้อีกแล้ว
กิจกรรมดำเนินไปเรื่อยๆ การพูดคุยถึงเรื่องความมหัศจรรย์ของผู้หญิง ความแข็งแกร่ง และความที่เรา deserve the best

IMG_4115
พอการสนทนามันเข้มข้นขึ้น เราเต้นด้วยกัน ทำสมาธิ เราก็ยิ่งรู้สึกว่าเราโชคดีที่เกิดมาเป็นผู้หญิง ตอนนั่งล้อมวงกันเรารู้สึกว่าความเป็นผู้หญิงมันเชื่อมเข้าหากันง่ายมาก รู้จักกันวันแรก แต่รู้สึกว่าเห้ย ทำไมเรารักเขา ทำไมเราหวังดีต่อเขามากกว่าที่ควรจะเป็น ตอนแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน เราเข้าใจเขา เขาเข้าใจเรา คือมันปริ่มมากกกกกก เรารักตัวเราเองที่เป็นเรามาก ณ ตอนนั้น

IMG_4126

ความเป็นผู้หญิง แม้ข้างนอกเราอ่อนหวาน อ่อนไหว แต่ข้างในเราแข็งแกร่งมาก เราไม่จำเป็นต้องให้ผู้ชาย สังคมหรือใครมาบอกว่าเธอควรเป็นแบบนี้ แบบนั้น แต่เราสามารถไกด์ตัวเอง รักษาตัวเอง และรักษาเพื่อนผู้หญิงด้วยกันได้ เรามีพลังงานสูงมากที่จะเป็นผู้นำตัวเอง ซึ่งจ๋อมแจ๋มได้เรียนรู้ก็วันนั้น เรารักตัวเองมากขึ้น เป็นตัวเองมากขึ้น พอกลับบ้านมาความเครียด ความกังวล ความรู้สึกด้อยค่ามันหายไปจริง มันไม่แปลกที่เราจะไม่รักตัวเองเพราะเราอยู่ในสังคมของความหลากหลาย และเราถูกหล่อหลอมให้โตมาในสภาพแบบนั้น แบบนี้ พ่อแม่ต้องการอีกอย่าง โรงเรียน ที่ทำงานก็คาดหวังออกไปอีกหลายแบบ

ตอนนี้พอมีโอกาสได้เรียนรู้ตัวเองเลยรู้สึกว่าโชคดีมาก ต้องขอบคุณพี่อ้อและเพื่อนๆทุกคนที่หยิบยื่นโอกาสดีๆมาให้ กิจกรรมครั้งหน้า ไม่พลาดแน่นอนค่ะ

จ๋อมเเจ๋ม สุพัชชา

cats

ที่มาของกิจกรรม Women Circle กิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อนผู้หญิงรักตัวเอง

อ้อเป็นผู้หญิงคนนึงที่สนใจงานบำบัดด้านร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะงานบำบัดเพื่อผู้หญิง จากประสบการณ์ของตัวเองและคนอื่นๆว่า …หลายครั้งที่เจอปัญหาแล้วเราเอาตัวเองออกมาจากปัญหาไม่ได้ เวลาเราไปขอความช่วยเหลือ บ่อยครั้งเราได้รับคำแนะนำในแบบที่ ไม่ได้ทำให้เราเคารพตัวเองมากขึ้น รักตัวเองมากขึ้น บางทีคำแนะนำก็มาจากความคิดเห็นของเขาเอง
เลยคิดว่าหายากจัง คนที่เป็นตัวอย่างให้เราในการรักตัวเอง อยากมีคนที่เราสามารถเอามาเป็นเเบบอย่างได้ และต้องเป็นผู้หญิงเพราะเราจะได้มีอิสระในการพูดและเปิดเผยตัวตน เพราะเราก็เป็นผู้หญิง
o-WOMEN-HOLDING-HANDS-facebook
พอเริ่มมองหา ก็มีโอกาสได้ไปพูดคุยกับผู้หญิงหลายคนที่ใช่เลย รักตัวเอง พัฒนาทั้ง Body Mind Spirit ผู้หญิงเหล่านี้ใช้ชีวิตแบบความกลัวน้อยมาก อยู่กับปัจจุบัน moment ต่อ moment ทั้งคนไทยและคนต่างชาติ มีความรักแบบเต็มเปี่ยม เเล้วก็ยังคงพัฒนาตัวเองต่อไปเรื่อยๆ

(สาวๆที่เป็นส่วนนึงของเเรงบันดาลใจกิจกรรม Women Circle)
สิ่งที่อ้อสัมผัสได้ชัดเจน คือ คำแนะนำในการใช้ชีวิตของเธอทุกคนจะมีเหมือนกันคือ ดูแลตัวเองก่อน รักตัวเองก่อนทั้งร่างกายและจิตใจ ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด เรียนรู้ที่จะตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกจากชีวิต จะได้มีเวลาในการทบทวน เเละรู้จักตัวเอง พอแข็งแรงแล้วความรู้สึกที่อยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆให้สังคมและโลกมันจะมาเองแบบอัตโนมัติ
spiritweaversgathering

(กิจกรรม Women Circle ของผู้หญิงชาติอื่นๆที่ทำกันทั่วทุกมุมโลก)
วันนึง ไอเดีย Women Circle ก็ขึ้นมา ไม่เคยเข้าร่วม Women Circle ที่ไหน แต่รู้ว่าที่อื่นเค้าก็ทำมานานแล้ว อ่านจากหนังสือ บทความ วันนั้นมีความคิดชัดมากๆว่า….“จะดีแค่ไหน…ถ้าผู้หญิงทุกคน มีโอกาสเติบโตท่ามกลางผู้หญิงคนอื่นๆที่รักตัวเอง เพราะจะได้ไม่เสียเวลา ไม่ต้องไปลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง ก็มาเรียนรู้จากกันและกันสิ”

ด้วยความที่มันชัดมาก ตอนกลับจากไปเป็นอาสาสมัครค่าย Love Communication ที่ประเทศจีนอ้อก็จัดเลย Women Circle ครั้งแรกเดือนกรกฎาคม ชวนเพื่อนๆมาร่วมกิจกรรม มีทั้งหมดสี่คน ปรากฏว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ทุกคนเชื่อในพื้นที่ว่ามันปลอดภัย ไร้การตัดสิน มีอิสระในการแบ่งปันตัวเอง เมื่อแต่ละคนเริ่มมีโอกาสได้แชร์ประสบการณ์ในหัวข้อต่างๆและกิจกรรมอื่นๆที่ตามมา เราพบความแข็งแรงความเข้มแข็งของเราเองในตัวของผู้หญิงคนอื่น

หน้าที่ของอ้อคือ สร้างพื้นที่และแนะนำแนวทาง ที่จะเชื่อมโยงตัวเองไปสู่พลังของตัวเองที่มันมีอยู่แล้ว ทุกคนมีพลังเยอะมากๆอยู่แล้ว ทั้งที่ไม่ได้ใช้หรือหลงลืมมันไป บางคนบอกว่า ฉันเป็นคนที่คิดลบมาก ไม่คู่ควรกับ Women Circle หรอก ในความเป็นจริงแล้ว ไอเดียที่ว่า ฉันเป็นคนคิดลบ ก็ไม่ได้มีอยู่จริงๆ มันเป็นความเชื่อที่ทำให้เราขาดพลัง และนี่แหละคือสิ่งที่เราทุกคนอยากสลัดมันออกมา เขาถึงเรียกมันว่าความเชื่อตั้งแต่ทีแรก
cats
ถ้าเราเชื่อว่าเรามีพลัง เราก็จะมีพลัง ถ้าเราเชื่อว่าเราไร้พลัง เราก็ต้องหาวิธีลบล้างความเชื่ออันนั้น จริงไหม? อันนี้ก็เป็นตัวอย่างว่า เราเติบโตมาในสังคมที่ปลูกฝังว่าเราไร้พลังในตัวเอง เเต่ไม่มีคนเคยบอกเราว่า เราเก่ง เรายอดเยี่ยม เราสมบูรณ์แบบอยู่แล้วในคนที่เราเป็น ถึงเวลาแล้วที่จะเรียนรู้ว่าเราคือใคร อะไรบ้างที่คอยรั้งเราไว้ไม่ให้ไปไหน เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่คุณเองก็อาจจะจินตนาการไม่ได้จากชีวิตที่เป็นอยู่ มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการรู้จักตัวเองและพลังในตัวเองที่ไร้ลิมิตกันเถอะ!!!

(Women Circleครั้งที่ 4 ทานอาหารร่วมกันก่อนเริ่มกิจกรรมอื่นๆ)
หัวใจกิจกรรม Women Circle คือการเชื่อมโยงกับตัวเองเเละผู้หญิงคนอื่น เพื่อปลุกพลังความรักตัวเองเเละพลังชีวิตในตัวของผู้เข้าร่วมกิจกรรม ในเเต่ละครั้งกิจกรรมอาจเเตกต่างกันเเต่สิ่งที่เป็นพื้นฐาน คือ การเเบ่งปันประสบการณ์ การเคลื่อนไหวร่างกาย การบำบัดด้วยเสียงดนตรีหรือเสียง Tibatian Bowl เเละการนั่งสมาธิ

(บำบัดด้วยเสียงเเละการสัมผัส/การเเบ่งปันเรื่องเล่า -ทั้งสองเป็นตัวเลือกไม่บังคับ)
อ้อจัดคลาส 2 แบบ มีแบบส่วนตัว one-to-one และแบบกลุ่ม แบบส่วนตัวจะมีค่าใช้จ่ายคนละ 1,000 บาท (ถ้าพาเพื่อนผู้หญิงมาด้วย ค่าใช้จ่ายของเพื่อนคือคนละ 500 บาท) แบบกลุ่ม จัดที่เชียงใหม่ทุกๆ 1-2 อาทิตย์ ไม่มีค่าใช้จ่าย อาทิตย์ไหนมีเลี้ยงอาหาร จะขอรับเป็นเงินบริจาคเพื่อซัพพอทกิจกรรมเเละ community เเทน

(สิ่งที่ผู้ร่วมกิจกรรมอยากบอกผู้หญิงคนอื่น/Mandala สัญลักษณ์ของชีวิตเเละการเชื่อมโยงกับธรรมชาติ
อ่านรีวิวจากผู้ร่วมกิจกรรม https://bit.ly/2qh8y99
สอบถามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับกิจกรรม Women Circle ได้ที่
Facebook: Panida Thongsui
Line/Tel: 091-0714941

Trigger/ตัวสะกิดต่อม ตัวนี้เเหละ ที่ทำให้คุณไม่มีความสุข??

ชีวิตเราจะดำเนินไปอย่างมีความสุข

จนกระทั่งวันนึงมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น

ทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ ไม่ชอบใจหรือไม่พอใจ

แล้วเราก็จะมีอารมณ์ความรู้สึกเกิดขึ้นกับมัน

christopher-campbell-179452

โดย “อะไรบางอย่าง” ที่ว่านี้ คือเจ้าตัว Trigger

หรืออ้อเรียกมันว่าเจ้าตัว #สะกิดต่อม

ซึ่งเจ้าตัว #สะกิดต่อม นี้จะมีหน้าตา

รูปร่าง ลักษณะแตกต่างกันออกไปในแต่ละคนค่ะ

แล้วแต่ประสบการณ์ ปมในอดีต ความทรงจำต่างๆ

 

เช่น วันนี้กำลังมีความสุขอยู่ดีๆ กลับไปรู้มาว่า

แฟนแอบไปยิ้มหวานให้ผู้หญิงคนอื่น

ทำให้เราโกรธมากๆ แล้วพาลเสียใจ น้อยใจ

โมโห เกิดเรื่องทะเลาะกับแฟน

(เราจะไม่พูดถึงประเด็นที่แฟนไปยิ้มหวานให้คนอื่นนะคะ

แต่เราจะมาดูว่าทำไมเราถึงมีอารมณ์โกรธ โมโห)

 

ตัว #สะกิดต่อม ของเรานี้มีหน้าตาเป็นความโกรธ

ความโกรธนี้ ลึกๆแล้วเกิดจากความรู้สึกน้อยใจค่ะ

ส่วนความรู้สึกน้อยใจ มากจากความไม่แน่ใจว่า

สรุปแล้วแฟนเรารักเราจริงหรือไม่?????

ความไม่แน่ใจนี้ จริงๆก็เกิดจากความไม่แน่ใจว่า

เราสำคัญและมีคุณค่าจริงๆในสายตาเขาหรือเปล่า

และความไม่แน่ใจอันนี้ จริงๆแล้วก็มาจากการที่

เราไม่แน่ใจในตัวเองเหมือนกันว่า

สรุปแล้วเรามีความสำคัญจริงไหม

และความไม่แน่ใจอันนี้ เกิดจากการที่

เราขาดความเชื่อมั่นใน“คุณค่า”ของตัวเราเองค่ะ

 

เราส่วนใหญ่ในโลกปัจจุบัน ถูกปลูกฝังมาว่า

คุณค่าที่แท้จริงของเรา เกิดมาจากปัจจัยภายนอก เช่น

ความงาม (ต้องมาจากการจ่ายเงินลงทุน สินค้า

ทรีทเม้นท์ต่างๆ) ความมั่งคั่ง (มาจากเงินในบัญชี

ทรัพย์สินที่เรามี รถ บ้าน) ความรัก (มาจากการมี

คู่ครองที่สมบูรณ์แบบ เราถูกเติมเต็มจากอีกคน)

ความเก่ง (มาจากประกาศนียบัตรที่คนหรือองค์กร

ให้คำนิยามนั้นๆกับเรา) แต่ในความเป็นจริงแล้ว

“คุณค่าที่แท้จริง” ของเราเกิดจากภายใน

เพราะผู้อื่น ไม่มีส่วนรับผิดชอบ

ในอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในโลกภายในของเราเลย

 

ในเหตุการณ์ตัวอย่าง หลายคนอาจจะโกรธ

หลายคนอาจจะน้อยใจ หลายคนอาจจะไม่รู้สึกอะไร

เพราะถือว่าเป็นเรื่องปกติ บางคนอาจจะเงียบ

ซึ่งทั้งหมดไม่มีอะไรถูกผิด แต่สิ่งที่อ้อจะนำมาเล่าสู่กันฟังคือ

จำเป็นมากค่ะ ที่เราต้องรู้จัก Trigger ของเราเอง

เพื่อให้รู้เท่าทัน ก่อนตัดสินใจลงมือทำอะไรที่ขาดสติ

 

ตัว Trigger เกิดขึ้น เพื่อให้เราได้มีสติ

และถามตัวเองว่า….เรารักตัวเองมากพอรึยัง

เพราะส่วนใหญ่แล้ว ตัวTrigger มีอยู่

ให้เราได้เคลื่อนตัวไปหาความรักตัวเองในที่สุด

และเหมือนกันทุกคน

อย่าลืมทำความรู้จักกับตัว Trigger ของคุณกันนะคะ

 

รัก, อ้อ

เกี่ยวกับอ้อ

IMG_9512

     อ้อเชื่อว่า ชีวิตที่สมดุลที่ทุกคนมองหา ได้มาจากการพัฒนาทั้งกาย ใจ จิตวิญญาณ (Body Mind Spirit)ไปพร้อมๆกันเเทบจะเเยกจากกันไม่ได้                                
       เป็นคนที่เจอปัญหาสุขภาพเยอะตั้งเเต่ 20ต้นๆ สิวเห่อเรื้อรัง นิ่วในถุงน้ำดี ท้องผูกเป็นประจำ อาการนอนไม่หลับ ประจำเดือนมาไม่ปกติ จนมาถึงจุดนึงที่ว่า…..ไม่ได้ละ ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆร่างกายต้องเเย่เเน่ๆ เพราะเวลาป่วยทำให้ต้องหยุดงาน เสียเวลา เสียรายได้ บางครั้งก็เสียความน่าเชื่อถือ….เริ่มมีความคิดที่ว่า การมีสุขภาพดี มันให้ประโยชน์กับเรามากมาย
     มีโอกาสได้เป็นล่ามให้เเพทย์ทางเลือก ก็จำเป็นต้องลงมือเปลี่ยนเเปลงวิถีชีวิตของตัวเองด้วย พอเริ่มเข้าใจถึงหัวใจของธรรมชาติบำบัด ที่หมายถึงการปรับสมดุลของร่างกาย สมดุลจิตใจเเละจิตวิญญาณ มันก็เริ่มไม่ฝืนที่จะรักตัวเองเพราะถ้าเราทำได้มันเปลี่ยนชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย
    พอได้ลองปรับนู่นปรับนี่ไปเรื่อยๆเริ่มต้นที่อาหาร ออกกำลังกาย เห้ย มันได้ผล สุขภาพดีขึนชัดเจน เเต่อารมณ์ยังขึ้นลง ยังมีหงุดหงิด ไม่สมดุล ก็ค่อยๆเริ่มสนใจเรื่องทัศนคติ การพัฒนาตัวเองด้านจิตใจ เรื่อยมาถึงจิตวิญญาณ ตอนนี้ก็สนุกเเละสัมผัสได้ถึงความมหัศจรรย์มากกว่าเรื่องสุขภาพ ดีขึ้นทุกๆเรื่องเลยก็ว่าได้ อ้อว่าอ้อตัดสินใจไม่ผิดนะ ผลลัพท์ที่ได้เเลกมาด้วยทุกอย่าง เหนื่อยมาก ต่อสู้มาก เเต่ก็คุ้ม:) ดีใจที่ได้มีโอกาสเล่าเรื่องราวของตัวเองผ่านบทความต่างๆในเว็บไซต์นี้ ขอให้สนุกเเละได้รับผลลัพท์เเบบเปลี่ยนชีวิตเช่นกันนะ!

 

ผิวดีขึ้นมาก (1).jpg
จุดประสงค์ของเว็บไซต์นี้ คือ อยากให้คนไทย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่มองเห็นความสำคัญของสุขภาพเเละการรักษาตนเอง ไม่พึ่งหมอด้วยวิธีเเละผลผลิตจากธรรมชาติ เพราะเราเห็นเเล้วว่า…การจะมีสุขภาพที่ดีได้...ต้องเริ่มจากภายในสู่ภายนอก…สู้ๆนะคะ รัก, อ้อ

เพราะสุขภาพที่ดี คือสุขภาพที่ดีจากภายใน